ศก.ยังฟุบคาดทั้งปีโตแค่3.1%

วันที่ 13 พ.ย. 2556 เวลา 16:54 น.
ศก.ยังฟุบคาดทั้งปีโตแค่3.1%
ทีเอ็มบี มองสัญญาณเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ ส่งออกท่องเที่ยวพึ่งไม่ได้ คาดไตรมาส3 โตต่ำกว่า 3% ทั้งปีโตเพียง 3.1%

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ออกบทวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า จากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศออกรายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนตุลาคม หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงทั้งในปีนี้และปีหน้า ทำให้หลายฝ่ายกลับมากังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศอีกครั้งว่าจะแข็งแกร่งเพียงใดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศหั่นเป้าส่งออกของไทยเหลือเพียง 1% จากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้สูงถึง 7%  ปิดประตูความหวังพึ่งแรงขับเคลื่อนจากภาคการค้าระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่เหลือ

ส่วนเครื่องชี้กำลังซื้อภายในประเทศช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน พบว่า การใช้จ่ายทั้งด้านการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนยังมีสัญญาณอ่อนแอลงค่อนข้างมาก ดังจะเห็นได้จาก ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่หดตัว 2.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า จากที่เคยขยายตัวได้ 0.7% ในไตรมาสสอง

ขณะที่ การลงทุนภาคเอกชน มีการนำเข้าสินค้าทุนหรือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตลดลงถึง 7.7% แย่ลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่หดตัวเพียง 1.5% เนื่องมาจากฐานที่สูงจากการเร่งลงทุนและขยายกำลังการผลิตในช่วงหลังน้ำท่วมเมื่อปีก่อน

เมื่อมองไปถึงภาคการผลิต จะพบว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสสามหดตัว 3.6% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2555 ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่หดตัว 4.9% เป็นผลจากการผลิตรถปิกอัพ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก และการผลิตเบียร์ที่พลิกกลับมาหดตัวในไตรมาสนี้ รวมถึงการผลิตกุ้งแช่แข็งที่ยังหดตัวสูง

สอดคล้องกับสถิติอัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากช่วงต้นปี ส่อแววเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสามอาจจะยังไม่หลุดจากภาวะถดถอยทางเทคนิค

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ประเมินว่า จีดีพีในไตรมาสสามน่าจะขยายตัวเพียง 2.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ก็อาจมีปัจจัยเซอร์ไพรส์ตลาด คือ ส่วนเปลี่ยนแปลงสินค้าคงคลังที่อาจทำให้การเติบโตของจีดีพีคลาดเคลื่อนไปจากคาดการณ์เล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสต็อกข้าวและทองคำ ทำให้ยังคงมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.1% ในปีนี้

"โอกาสที่จะได้เห็นตัวเลขทั้งปีที่ระดับร้อยละ 3.5-4.0 ตามที่หลายหน่วยงานคาดหวัง ก็ดูเหมือนจะริบหรี่ลง จากภาวะการบริโภคและลงทุนภายในประเทศของทั้งรัฐและเอกชนที่น่าจะชะลอตัวยาวไปถึงปีหน้า แต่น่าจะกลับมาเห็นสัญญาณบวกชัดเจนในช่วงกลางปี 2557"

ความหวังของปีนี้จึงอยู่ที่ภาคส่งออกของไทย ซึ่งถ้าหากขยายตัวได้เกินคาดในช่วงไตรมาสสี่ ก็จะทำให้ตัวเลขจีดีพีออกมาสวยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ นั่นหมายความว่า การส่งออกสินค้า ต้องมีอัตราการขยายตัวทั้งปีอย่างน้อย 2% ซึ่งเป็นขอบบนประมาณการ (ที่ 1.4-2.0%) และเป็นสองเท่าของเป้าหมายล่าสุดของกระทรวงพาณิชย์ที่ 1% ซึ่งรายงานสถิติการค้าระหว่างประเทศเดือนล่าสุดก็ยังคงบ่งชี้ว่า การส่งออกหมวดสำคัญๆ เช่น ยานพาหนะก็ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ล้วนหดตัวทั้งสิ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

เมื่อพึ่งการส่งออกสินค้าไม่ได้ ก็ต้องอาศัย การส่งออกบริการ ซึ่งหมายถึงภาคท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ให้มีอัตราการขยายตัวสูงเกิน 22.6% ซึ่งสูงมาก เพราะขนาดปี 2555 ที่ท่องเที่ยวไทยขยายตัวอย่างมาก การส่งออกบริการก็ยังขยายตัวไม่ถึง 20% ในขณะที่ตัวเลขในช่วงครึ่งปีแรกของ 2556 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1% เท่านั้น

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจในประเทศกลุ่มใหญ่ๆ เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ยังมีทีท่าไม่ได้ดีนัก กอปรกับปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยเองที่ส่งผลกระทบโดยเฉพาะต่อความเชื่อมั่นในกิจการค้าขายและการท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าและบริการจึงไม่ใช่หัวจักรที่จะนำการขยายตัวของไทยในปลายปีนี้ ดังนั้น จึงมองว่าตัวเลขจีดีพีในไตรมาสสามที่สภาพัฒน์ฯ จะรายงาน น่าจะฟุบมากกว่าฟื้น และอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาดูเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสำหรับเซียนหุ้นทั้งหลาย ที่ตลาดอ่อนไหวกับข่าว และสามารถผันผวนขึ้นลงในอดีตได้ถึงวันละ 20-30 จุดเลยทีเดียว