คาดส่งออกปีนี้โตแค่ 3.7%

  • วันที่ 26 ก.ค. 2556 เวลา 21:08 น.

คาดส่งออกปีนี้โตแค่ 3.7%

ไทยพาณิชย์ประเมินแนวโน้มส่งออกปีนี้ขยายตัวเพียง 3.7% เหตุเศรษฐกิจจีนชะลอ ครึ่งปีส่งออกไทยโตไม่ถึง 1%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) ประเมินแนวโน้มการส่งออกปีนี้ โดยข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกของไทยเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 1.91 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 3.4%YOY (เทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้า) ขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 3.0%YOY ดุลการค้าขาดดุล 1,915 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การส่งออกครึ่งปีแรกของไทยเติบโตในระดับต่ำ โดยขยายตัวได้เพียง 0.9% YOY ปัจจัยหลักมาจากการส่งออกไปจีนที่มีมูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่องตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน โดยการส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดอันดับ 1 ของการส่งออกไทยหดตัว 3.6%YOY ในครึ่งปีแรก ในส่วนของสินค้าหลักนั้น การส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบซึ่งพึ่งพาตลาดจีนค่อนข้างมากหดตัวถึง 12.1%YOY ในช่วง 6 เดือนแรก นอกจากนี้สินค้าเกษตรหลักของไทยเช่น ยางพารา และน้ำตาล ประสบปัญหาราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าการส่งออกหดตัวค่อนข้างมาก     

สำหรับการส่งออกเดือนมิถุนายนหดตัว 3.4%YOY ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคม มูลค่าการส่งออกไปยังจีนยังคงอ่อนแอและลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกไปจีนในเดือนมิถุนายนหดตัวสูงถึง 16.7%YOY นอกจากจีนแล้วการส่งออกไปยังญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอีก 2 ตลาดหลักของไทยที่มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 20% ต่อการส่งออกทั้งหมดล้วนหดตัวในระดับสูงประมาณ 10%YOY อย่างไรก็ดีการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนยังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, พม่า และเวียดนาม) ที่โต 10%YOY ในเดือนมิถุนายน และ 8.2%YOY ในช่วงครึ่งปีแรก

ขณะที่ การส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบยังคงหดตัวอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับยางพารา การส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบที่อ่อนแอตั้งแต่ช่วงต้นปียังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยในเดือนมิถุนายนหดตัวถึง 26%YOY โดยเฉพาะการส่งออกไปจีนที่หดตัวถึง 50%YOY เช่นเดียวกันการส่งออกสินค้าในหมวดเกษตร โดยเฉพาะยางพารา มีมูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกยางพาราหดตัวถึง 20.5%YOY ในเดือนมิถุนายน ซึ่งปัจจัยหลักยังคงมาจากราคาที่ยังคงลดลง นอกจากนี้การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักของไทยเริ่มมีสัญญาณของการชะลอตัวโดยในเดือนมิถุนายนหดตัว 6.1%YOY ซึ่งเป็นการหดตัว 2 เดือนติดต่อกัน

ด้านการนำเข้าเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมและเครื่องจักรไฟฟ้า โดยการนำเข้าเครื่องจักรทั้ง 2 ชนิดหดตัวมากกกว่า 10%YOY ในเดือนมิถุนายน ซึ่งการหดตัวในอัตราที่สูงน่าจะมาจากฐานที่สูงในปี 2012 อย่างไรก็ดีหากพิจารณามูลค่าในแต่ละเดือนจะพบว่ามีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ซึ่งการนำเข้าเครื่องจักรที่ลดลงน่าจะมาจากการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวและการส่งออกที่ยังคงอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม ไทยขาดดุลการค้า 1,915 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้มูลค่าการนำเข้าจะไม่สูงมากนัก แต่มูลค่าการส่งออกในระดับต่ำ ทำให้ดุลการค้าขาดดุลเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ EIC ประเมินว่าการส่งออกน่าจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง แม้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะมีมูลค่าที่ค่อนข้างต่ำ แต่ EIC ประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลังมูลค่าการส่งออกน่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป ที่น่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นความเสี่ยงสำหรับการส่งออกไทยหากมีการชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ โดย EIC คาดการณ์ว่าการส่งออกในปี 2013 น่าจะมีศักยภาพโตได้ประมาณ 3.7% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สูงมากนัก

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ