ซิตี้เชื่อตลาดเงินสดใสแนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น

วันที่ 18 ก.ค. 2556 เวลา 16:55 น.
ซิตี้เชื่อตลาดเงินสดใสแนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น
ซิตี้ เผยแนวโน้มการลงทุนครึ่งปีหลัง 2556 เน้นรักษาสภาพคล่อง เชื่อมั่นผลประกอบการของตลาดการเงินยังคงสดใส

นายฮาเรน ชาห์ ผู้อำนวยการและนักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส บริการบริหารความมั่งคั่ง ซิตี้เอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงสภาวะตลาดครึ่งปีหลังว่า ภาวะตลาดการเงินทั่วโลกมีผลตอบแทนดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้สำหรับปีนี้ โดยเฉพาะตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ดี เห็นจากการที่ MSCI World Index ตั้งแต่ต้นปี จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ปรับตัวขึ้น 9% การปรับตัวขึ้นที่ดีที่สุดเกิดขึ้นในตลาดที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่า

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของซิตี้ ยังคงเน้นให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการที่ 1 ในขณะที่ราคาหุ้นไม่ได้ถูกแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาหลังจากเกิดวิกฤตทางการเงิน หุ้นเหล่านั้นยังคงมีลักษณะที่มีผลตอบแทนต่อความเสี่ยงน่าสนใจมากกว่าการถือเงินสดหรือตราสารหนี้ ประการที่ 2 ผลกำไรของบริษัทอาจจะเปลี่ยนเป็นทิศทางขาขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะดีดตัวกลับในช่วงครึ่งปีหลัง

นายชาห์ ยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็มีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นในเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตอนเหนือ อาทิ ฮ่องกง เกาหลีและไต้หวัน ที่จะได้รับอิทธิพลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ในส่วนของการของลงทุนในตราสารหนี้นั้น โดยแนะให้ใช้กลยุทธ์ตั้งรับโดยให้ถือตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดีหรือมีความเสี่ยงต่ำ

ซิตี้คาดการณ์ว่าปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 คือ สภาพคล่องทางการเงินที่ยังคงมีอยู่ในตลาด  เห็นได้จากการที่ญี่ปุ่นพยายามที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจโดยการประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายทางการเงินครั้งใหญ่ ปัจจัยนี้ผนวกเข้ากับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายดังที่สหรัฐได้ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้มากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ และนโยบายดังกล่าวน่าจะยังคงอยู่ต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้ จากสภาพคล่องที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างหุ้น ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน

นายชาห์ กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้นักลงทุนควรเลือกจัดพอร์ตการลงทุนแบบสมดุลในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยแนะให้ลดการถือเงินสดและตราสารหนี้ และหันไปถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นแทน ทั้งนี้จะต้องไปลงทุนในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง สินทรัพย์มีคุณภาพและกำไรของบริษัทเติบโต เป็นการเปลี่ยนจากยุทธศาสตร์เชิงรับมาเป็นเชิงรุก  แต่ควรที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวกด้วย เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการโปรแกรมให้การรับรองนักวิเคราะห์ทางการเงินที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งของซิตี้ ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาขีดความสามารถ และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพของพนักงานซิตี้ ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการลงทุนของซิตี้ สามารถให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่จะเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากภาวะสภาพคล่องของตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้

บทความแนะนำ