ทำอย่างไรเมื่อเป็นหนี้และต้องออมเพื่อเกษียณพร้อมกัน(ตอน1)

วันที่ 01 ก.ค. 2556 เวลา 20:27 น.
ทำอย่างไรเมื่อเป็นหนี้และต้องออมเพื่อเกษียณพร้อมกัน(ตอน1)
โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าได้ให้คำแนะนำซ้ำๆเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง เมื่อพูดเรื่องการออมเพื่อการเกษียณอายุ โดยเน้นให้ใส่ใจการออมเมื่อเริ่มทำงาน การออมอย่างสม่ำเสมอ ออมด้วยการลงทุนในหุ้น เพราะหากดูตามตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติแล้วได้พบว่าคนไทยไม่เพียงออมเงินน้อยลงเท่านั้น แต่ 64% ของครัวเรือนโดยเฉลี่ยยังมีหนี้พอสมควรทีเดียวคือ ครัวเรือนละ 120,000 บาท ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 อัตราการออมเฉลี่ยของครัวเรือนคิดเป็นเปอร์เซนต์ของรายได้ ยังอยู่ในระดับสูงคือ 28% หรือพูดอีกอย่างทุก 100 บาทที่หาได้จะถูกนำไปฝากไว้ในธนาคาร 28 บาท  แต่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนนี้ลดลงเหลือ 20%  แม้ว่าจะยังมีการออมอยู่แต่น้อยลงครับ และก็มีแนวโน้มที่ไม่ดีเกิดขึ้นด้วยนั่นคืออัตราหนี้สินของครัวเรือนโดยเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 68,000 บาทในปี 2000 เป็น 120,000 บาทในปี 2006 ขณะที่ยอดเงินออมเฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงเหลือเพียง 3,500  บาท เท่านั้น!! และที่แย่หนักขึ้นไปอีกคืออัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้พุ่งขึ้น 6-7 เท่าตัว พูดอีกอย่างเงินออมของครัวเรือนได้ละลายกลายเป็นหนี้สินเกิดขึ้นแทน

ไม่ว่าคุณจะปรับหรือลดทอนสถิติเหล่านี้อย่างไร แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงคือมีคนไทยเป็นหนี้มากขึ้นทุกปี และเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าคนเหล่านี้อาจไม่สามารถหลุดพ้นวงจรอุบาทว์แห่งการคิดอัตราดอกเบี้ยทบต้นได้  คนไทยอาจไม่ต้องกังวลเรื่องการออมเพื่อการเกษียณอายุอย่างมีสุข เพราะแค่การชำระดอกเบี้ยในบิลค่าใช้จ่ายที่พอกพูนขึ้นมาก็คงจะกินส่วนของเงินออมที่พวกเขามีออกไปมากโขแล้ว

นักวางแผนทางการเงินต่างเห็นพ้องกันว่าการปลดภาระหนี้ควรเป็นความจำเป็นเร่งด่วนประการแรกสำหรับคนที่มีหนี้สินพะรุงพะรัง การลงทุนที่ดีที่สุดอย่างแรกที่ควรทำคือการชำระหนี้บัตรเครดิตก่อนที่จะไปทำอะไรอย่างอื่นๆ การลงทุนในหุ้น, ทั้งในและต่างประเทศ จะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% ส่วนตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 5% แต่ดอกเบี้ยของหนี้บัตรเครดิตนั้นคิดเฉลี่ยปีละ 18% ส่วนผู้ที่ชำระเงินช้าก็จะเจอค่าปรับในอัตรา 25-30% ทีเดียว!! ไม่มีการลงทุนที่ใดในโลกที่จะให้ผลตอบแทนในอัตราที่ชดเชยดอกเบี้ยบัตรเครดิตได้หรอกครับ เชื่อผมเถอะ!!

อย่างไรก็ตาม การที่คุณต้องชำระหนี้บัตรเครดิตไม่ได้เป็นข้อยกเว้นว่าจะต้องระงับการออมเพื่อเกษียณอายุ จริงๆแล้วคนที่เป็นหนี้กลับต้องการกลยุทธ์ที่จะช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายทั้งสองอย่างควบคู่กันไป คือชำระหนี้ให้หมดพร้อมกับออมเงินเพื่อเดินทางไปเกษียณอายุในอนาคต ผมมีข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ 6 วิธีในการที่จะจัดการเรื่องหนี้โดยไม่เสียสมดุลเรื่องการออมเพื่อการเกษียณอายุดังนี้ครับ

1.ที่ปรึกษาเรื่องหนี้ (Debt Counseling) แม้ว่าในประเทศเรายังไม่มีบริการ แต่ในประเทศที่ทุนนิยมพัฒนาเต็มที่อย่างยุโรปและสหรัฐ คนที่มีหนี้สินพะรุงพะรังสามารถที่จะไปขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านหนี้ได้ อย่างเช่น NFCC หรือ the National Foundation for Consumer Counseling (NFCC/www.nfcc.org)  เราต่างรู้ดีว่าไม่มีเรื่องใดน่าปวดหัวมากไปกว่าการเป็นหนี้ ซึ่งในบางครั้งอาจถูกหลอกหลอนจากพวกที่คอยตามทวงหนี้ ความกังวลทางการเงินแบบนี้สามารถทำให้สมาชิกในครอบครัวอยู่ไม่เป็นสุข ด้วยเหตุนี้เองคนที่เป็นหนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากมืออาชีพ  ที่ปรึกษาที่มีความชำนาญสามารถช่วยวางแผนรับมือภาระหนี้ ซึ่งอาจมีทั้งการที่ต้องเข้มงวดกับงบประมาณการใช้จ่ายต่างๆ หรือทำตัวเป็นผู้เจรจาต่อรองเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้ หรือให้คำแนะนำการบริหารหนี้

(ติดตามตอนต่อไปสัปดาห์หน้า)

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ teerap@truemail.co.th