ฝ่ายค้านซัดรัฐขาดวินัยการเงิน

วันที่ 30 พ.ค. 2556 เวลา 17:41 น.
ฝ่ายค้านซัดรัฐขาดวินัยการเงิน
ปชป.ถล่มรัฐบาลรีดภาษีประชาชน ขาดวินัยการเงินเหตุชำระหนี้ล่าช้า จี้พัฒนาถนนภาคใต้ "ชัชชาติ"ระบุจะใช้เงินกู้ปรับปรุงเสร็จใน7ปี

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ 2557 วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 1 ช่วงเย็นเป็นไปอย่างเข้มข้นเมื่อสส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้สลับขึ้นมาอภิปรายการบริหารราชการของรัฐบาลที่ล้มเหลว

นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การประมาณการรายได้ตามร่าง พ.ร.บ. รายจ่ายประจำปี 2557  ที่รัฐบาลได้ประเมินไว้คาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปทั้งหมด 1.2 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลจึงต้องหารายได้เพิ่มเพื่อมาเติมส่วนที่หายไป โดยการไปรีดภาษีจาก บริษัท ห้างร้านต่างๆ ซึ่งจะกลายเป็นภาระให้กับประชาชนเจ้าของร้านขนาดเล็ก แล้วก็จะมีการขึ้นราคาน้ำมันรวมแล้วเป็นมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ขึ้นราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนจาก 18 บาทต่อ ก.ก. เป็น 25 บาทต่อ ก.ก. และก็มีกระแสข่าวมาว่าอาจขึ้นไปสูงถึง 30 บาทต่อ ก.ก. รวมเป็นมูลค่าอีก 30,000 ล้านบาท และเมื่อเชื้อเพลิงราคาสูงขึ้นก็จะส่งผลกระทบไปยังภาคการขนส่งทำให้ราคาสินค้าก็สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรวมรายได้ทั้งหมดที่ประชาชนต้องรับภาระแทนรัฐบาล 72,000 ล้านบาท

นายสรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้กรอบวงเงินการกู้ 2.5 แสนล้านบาท ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปีนี้ อาจดูดีที่น้อยกว่าปีที่ 5 แสนล้านบาท แต่เมื่อคำนวณแล้วก็จะพบว่าขาดดุลมากกว่าปีที่แล้ว ประกอบกับพฤติกรรมการชำระหนี้ของรัฐบาลนี้เมื่อปี 2555 กำหนดชำระเงินต้น 47,000 ล้านบาท ชำระจริงเพียง 18, 000 ล้านบาท ส่วนปี 56 กำหนดชำระเงินต้น 49,000ล้านบาท ชำระจริงเพียง 15,000 ล้านบาท

"ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้ชอบกู้แต่ไม่ชอบใช้หนี้ และที่บอกว่าปี 2560 จะไม่ต้องกู้แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไร หากที่ผ่านมาไม่ยอมชำระหนี้ ผลักภาระให้กับประชาชนจากการเก็บภาษี และหากยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมฟันธงเลยว่า หนี้สาธารณะจะเกินกว่าร้อยละ 50 ตามที่ได้ตั้งไว้แน่นอน ผมจึงอยากของทวงสัญญาที่รัฐบาลเคยหาเสียกับประชาชนไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกเลิกกองทุนน้ำมัน จะกระชากราคาสินค้าลง ก็ไม่ทำซักอย่าง รัฐบาลเพียงกำลังหลอกประชาชน"นายสรรเสริญกล่าว  

ด้าน นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รัฐบาลชุดนี้มีการบริหารงานอย่างไม่เท่าเทียมกันในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะงบประมาณซ่อมแซมถนนเพชรเกษมลงพื้นที่ภาคใต้ระทางกว่า 2,000 กม. ไม่ได้มีการจัดสรรให้อย่างทั่วถึง เนื่องจากปัจจุบันถนนดังกล่าวมีความเสื่อมโทรมเป็นอย่างมาก ถ้าใครใช้รถยนต์เดินทางสัญจรก็จะทราบดีว่ามีความเสื่อมสภาพแค่ไหน

ทั้งนี้อยากตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสรรงบประมาณให้การซ่อมถนนบริเวณภาคใต้น้อยนั้น อาจเป็นเพราะประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทยเป็น ส.ส. แม้แต่คนเดียว แต่นั่นก็เป็นทัศนคติของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเมื่อพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลแล้วก็ถือเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคนไม่ใช่ของภาคหนึ่งภาคใด

นายเทพไท กล่าว ว่า ที่สำคัญประชาชนภาคใต้ก็เสียภาษีไม่น้อยกว่าภาคอื่น และเมื่อรัฐบาลก่อหนี้คนภาคใต้ก็ต้องเป็นหนี้ด้วยเหมือนกัน  แต่การบริหารของรัฐบาลแบบนี้ไม่ต่างจากสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เคยบอกว่าใครเลือกพรรคไทยรักไทย ก็จะได้รับการพัฒนาต่อ ทำให้คิดว่ารัฐบาลของน้องสาวอาจจะ ออสโมซิส (ซึมซับ) มาจากรัฐบาลพี่ชายในอดีต

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวชี้แจงว่า ส่วนตัวได้เคยนั่งรถลงพื้นที่ภาคใต้ ผ่านทางถนนเพชรเกษม มาแล้ว ยอมรับว่าถนนดังกล่าวทรุดโทรมจริง เหมือนกับถนนสายหลักทุกเส้นทางไม่ว่าจะเป็น ถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ แต่การจะใช้งบประมาณปกติเพื่อมาบำรุงรักษา ไม่อาจสามารถทำได้ทั้งระบบ ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงได้จัดสรรงบประมาณบำรุงรักษาถนนดังกล่าว ผ่าน ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ซึ่งจะสามารถทำได้เสร็จภายใน 7 ปี

บทความแนะนำ