กมธ.ห่วงพรบ.กู้2ล้านล้านรายละเอียดไม่ชัด

วันที่ 20 มี.ค. 2556 เวลา 20:21 น.
กมธ.ห่วงพรบ.กู้2ล้านล้านรายละเอียดไม่ชัด
กมธ.ชี้พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านรายละเอียดไม่ชัดหวั่นสับโยกโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ผอ.เศรษฐกิจการคลังยันตีกรอบชัดบิดพริ้วยาก

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชนินทร์ รุ่งแสง สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาเรื่องแผนงานในวงเงินงบประมาณตามร่างพ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเชิญนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้อธิบายภาพรวมถึงความจำเป็นในการการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากหลายรัฐบาล อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าบางส่วนของเนื้อหาอาจยังมีข้อบกพร่อง แต่จำเป็นต้องมีการหารือเพื่อทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตโดยเฉพาะแผนการดำเนินการ 7 ปีและบัญชีแนบท้ายโครงการ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน หากนำเข้าสู่วาระ 2-3 สภาผู้แทนราษฎร อาจทำให้เทียบเคียงได้กับพ.ร.บ.งบประมาณ โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะตัวแทนรมว.คลัง ชี้แจงว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวปรากฏชัดว่าโครงการลงทุนใหญ่ๆทั้งหลาย ต้องการใช้งบประมาณจำนวนสูง

ส่วนการใช้งบประมาณปกติจะไม่ได้ต่อเนื่องทุกปี การทำพ.ร.บ.ครั้งนี้เป็นการทำงบประมาณ 7 ปี เพื่อเป็นการแสดงความชัดเจนต่อเนื่องของโครงการการลงทุนว่า ถ้าโครงการลงทุนด้านระบบราง ถนน เข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแล้วจะต้องดำเนินการไปจนจบ

“ไม่ใช่ทำทั้งสาย 500 กม. แต่ได้ช่วงแรก 100 กม. แต่พอในปีงบประมาณต่อไป ดำเนินการไม่ได้ เพราะงบประมาณมันจำกัด ดังนั้น ชัดเจนว่าเรื่องโครงการต่างๆถ้าจะเอามาทำ อนุมัติเงินกู้ให้นั้น จะกู้ก็ต่อเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเสนอโครงการและรายละเอียดต่างๆให้สภาพัฒน์ฯ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ พิจารณาแสดงความเห็น ประกอบการพิจารณาครม.ก่อนอนุมัติโครงการได้” นายสมชัย กล่าว

นอกจากนี้ โครงการใดที่ไม่มีความพร้อม ไม่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ 3 หน่วยงานดังกล่าวจะให้ความเห็นเบื้องต้น ซึ่งระบุไว้ในกฎหมายชัดเจน ไม่ใช่หน่วยงานเสนอครม.และได้เลย ส่วนเรื่องบประมาณประจำปี เมื่อไม่ได้ต่อเนื่อง เอกชนอาจเห็นว่าโครงการอนุมัติโดยครม.เป็นชุดๆ หรือแผนงานระบุเป็นบัญชีแนบท้าย เมื่อเอกชนเห็นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-เชียงใหม่เกิดแน่ เอกชนก็จะรู้และวางแผนลงทุนได้

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังก็จะง่ายในการหาแหล่งเงินกู้ต่างๆ บริหารเงินกู้ได้ในระยะเวลา 7 ปี ทั้งนี้ อยากจะเอาโครงการทั้งหมดใส่ในบัญชี แต่มีปัญหาว่าเมื่อเปลี่ยนแต่ละโครงการ ต้องสร้างความยืดหยุ่นให้บ้าง ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือให้มีรายละเอียดเพิ่มเพื่อให้สภาเห็นว่าการกู้ครั้งนี้มีกรอบดำเนินงานเพียงเฉพาะโครงการดังกล่าวอย่างเดียว ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้เลย