สภาพคล่องเริ่มตึงตัวหลังสินเชื่อโตแรง

วันที่ 24 พ.ย. 2555 เวลา 20:05 น.
สภาพคล่องเริ่มตึงตัวหลังสินเชื่อโตแรง
ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อปีนี้น่าจะขยายตัวถึง 13% ขณะที่เงินฝากบางส่วนไหลออกไปหาผลตอบแทน ทำให้สภาพคล่องตึงตัวเล็กน้อย

บทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ให้เห็นว่า สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในช่วง 10 เดือน มีภาวะตึงตัวขึ้นเล็กน้อย โดยสิ้นเดือนตุลาคม เงินให้สินเชื่อสุทธิ เพิ่มขึ้น 8.24 แสนล้านบาท หรือเติบโต 10.94% จากสิ้นปี 2554 ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้น 1.90 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.23%  ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ลดลง 9.33 แสนล้านบาท ส่งผลให้ผลรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม เพิ่มขึ้น 9.66 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.78% ขณะที่สภาพคล่องในธนาคารพาณิชย์ไทยสิ้นเดือนตุลาคมค่อนข้างทรง โดยอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากที่รวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมอยู่ที่ระดับ 87.24% ใกล้เคียงกับ 87.26% เมื่อสิ้นปี 2554

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แนวโน้มสภาพคล่องในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2555 อาจทยอยตึงตัวขึ้นเล็กน้อยจาก ณ สิ้นเดือนตุลาคมและเทียบกับสิ้นปี 2554 เนื่องจากเมื่อพิจารณาด้านเงินให้สินเชื่อสุทธิของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทยแล้ว คาดว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อสุทธิดังกล่าวน่าจะสามารถจบสิ้นปีได้เหนือระดับ 13.0% โดยมีแรงหนุนจากทั้งธนาคารพาณิชย์ที่เร่งปล่อยเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ประกอบกับสินเชื่อมักจะเร่งตัวขึ้นในช่วงท้ายปี ทั้งจากกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงโค้งสุดท้ายของมาตรการรถยนต์คันแรก

ขณะที่ ด้านเงินฝาก มองว่า แรงกดดันจากการเคลื่อนย้ายเงินออมของผู้ฝากเงินรายย่อยสู่ช่องทางการออมที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี อย่างผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต หรือกองทุนรวม LTF/RMF คงหนุนให้การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์เพื่อระดมเงินออมยังคงความเข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพื่อเก็บสภาพคล่องไว้กับธนาคารแต่ในภาพรวมยังไม่น่ากังวล แม้อาจตึงตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปี 2555 ต่อเนื่องจนถึงปี 2556 ที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม สภาพคล่องในระบบการเงินไทย ได้แก่ ดอกเบี้ยนโยบาย โครงการลงทุนของภาครัฐ และเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐที่ต้องดูความชัดเจนของมาตรการแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลัง (Fiscal Cliff) เพราะจะมีผลกับภาคธุรกิจ การส่งออก และเงินทุนเคลื่อนย้าย

ส่วนแนวโน้มสินเชื่อในปี 2556 ธนาคารพาณิชย์ยังคงตั้งเป้าขยายสินเชื่อมากกว่า 10% ซึ่งคาดว่า แรงขับเคลื่อนจะเป็นสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อย จากในปีนี้ที่มีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นพระเอกจากโครงการรถยนต์คันแรก ดังนั้น การที่ธนาคารพาณิชย์ยังมุ่งขยายสินเชื่อ ก็จะเป็นตัวกดดันให้สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ในปีหน้า ตึงตัวขึ้น และจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันระดมเงินฝากอยู่