จับตาศก.สหรัฐหลังลต.ยังเสี่ยงทางการคลัง

วันที่ 07 พ.ย. 2555 เวลา 18:41 น.
จับตาศก.สหรัฐหลังลต.ยังเสี่ยงทางการคลัง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ชัยชนะโอบามาในศึกเลือกตั้ง เสริมสร้างเสถียรภาพได้ แต่ยังต้องจับตาการแก้ Fiscal Cliff

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่นายบารัก โอบามา เป็นผู้ชนะและดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 โดยระบุว่า ชัยชนะของนายโอบามาน่าจะเป็นผลดีต่อเสถียรภาพของตลาดและนัยเชิงนโยบาย เนื่องจากแนวนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายการเงินและความเป็นอิสระในการพิจารณาจุดยืนเชิงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) น่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉุกละหุก โดยเฟดน่าที่จะสามารถดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 (QE3) อย่างต่อเนื่องในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้าเป็นอย่างน้อย

อย่างไรก็ตาม การนำพาเศรษฐกิจเลี่ยงความเสี่ยงต่อภาวะแรงฉุดครั้งใหญ่ทางการคลัง (Fiscal Cliff) เป็นโจทย์เฉพาะหน้าที่รออยู่ โดยโครงสร้างการคานอำนาจในสภาคองเกรส (พรรครีพับลิกันครองสภาล่าง ขณะที่ พรรคเดโมแครตครองสภาสูง) ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ขั้นตอนการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปของร่างกฎหมายขยายเวลาลดภาษีเงินได้ การวางแนวทางการปรับลดงบประมาณ และการขยับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ น่าจะต้องใช้เวลา ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่สภาคองเกรสและทำเนียบขาวจะมีการต่อรองขยายเวลามาตรการภาษีและอื่นๆ ที่กำลังจะหมดอายุลงในช่วงสิ้นปี 2555 นี้ไปช่วงสั้นๆ ระยะหนึ่ง เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐฯ มีเวลาในการร่างตัวกฎหมายและพิจารณารายละเอียด เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันสำหรับแผนการขยายเวลาการลดภาษีและมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

"ดังนั้น แม้ชัยชนะของประธานาธิบดีโอบามา อาจทำให้การเคลื่อนไหวของตลาดเงิน-ตลาดทุนเป็นอย่างมีเสถียรภาพในระยะสั้น แต่ก็คงต้องยอมรับว่า คงจะต้องเตรียมตัวรับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงสุญญากาศของการหาข้อสรุปของวิธีการเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ในช่วงหลายเดือนข้างหน้าด้วยเช่นกัน" ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ

ส่วนแรงกดดันต่อค่าเงินหยวนของจีน และผลกระทบทางอ้อมต่อสกุลเงินเอเชีย น่าจะอยู่ในกรอบที่จำกัด โดยสหรัฐฯ น่าเลี่ยงการกล่าวหาจีนโดยตรงในประเด็นควบคุมความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน ขณะที่ความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาททางการค้าอย่างรุนแรงระหว่างจีนและสหรัฐฯ ก็น่าจะลดน้อยลงด้วยเช่นกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ชัยชนะจากศึกเลือกตั้งที่ทำให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา สามารถกลับมาบริหารประเทศได้เป็นสมัยที่ 2 น่าจะเป็นผลบวกต่อไทยในช่วงปีข้างหน้า โดยหากทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสามารถตกลงกันได้โดยเร็วในประเด็นความเสี่ยง Fiscal Cliff และการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ก็คาดว่า สินทรัพย์เสี่ยงน่าจะได้รับแรงหนุนจากความต่อเนื่องของการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในขณะที่ โมเมนตัมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่าจะประคองตัวได้ในช่วงปีข้างหน้า ก็น่าจะเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียในช่วงปี 2556 ด้วยเช่นกัน

บทความแนะนำ