ธ.ก.ส.เผย 7 เดือนมีกำไรกว่า 5,000 ล้าน

วันที่ 01 พ.ย. 2555 เวลา 17:20 น.
ธ.ก.ส.เผย 7 เดือนมีกำไรกว่า 5,000 ล้าน
ผลการดำเนินงาน ธ.ก.ส. รอบ 7 เดือนมีกำไร 5,015 ล้านบาท ยอดเงินฝากเพิ่มเป็นกว่า 9 แสนล้าน ด้านสินเชื่อโต 9.66% หนี้เสีย 5.37%

นายลักษณ์  วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยผลการดำเนินงานในปีบัญชี 2555 ของ ธ.ก.ส. ในรอบ 7 เดือน ( เมษายน - ตุลาคม 2555) ว่า ได้จ่ายสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากต้นปีบัญชี 2555 จำนวน 74,979 ล้านบาท  คิดเป็น 9.66% ทำให้มียอดสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 850,887 ล้านบาท ด้านเงินฝากมียอดเงินฝากคงเหลือสูงสุดในเดือนตุลาคม 944,000 ล้านบาท เป็นผลจากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตรงต่อความต้องการ รวมถึงทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมที่ครบกำหนด เช่น เงินฝากดอกเบี้ยทันใจ เงินฝากเกษียณเพิ่มสุข สลากออมทรัพย์ทวีสิน

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้ ธ.ก.ส. มีสินทรัพย์รวม  1,125,280 ล้านบาท หนี้สินรวม  1,039,437 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 85,843 ล้านบาท  โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 37,814  ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 32,799 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,015 ล้านบาท ขณะที่ NPLs คิดเป็นอัตรา 5.37% ด้านความสามารถในการทำกำไร ธ.ก.ส. บริหารสินทรัพย์ได้ผลตอบแทน(ROA) อัตรา 0.81% ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีบัญชีก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.83% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 9.66% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของ ธปท.และกฎกระทรวงว่าด้วยการดำรงเงินกองทุนของ ธ.ก.ส. ที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 8.5%

นายลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการสำคัญในปีบัญชี 2555 ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต ซึ่ง ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2555 ธ.ก.สได้อนุมัติออกบัตรให้เกษตรกรแล้ว 1,045,536 ราย วงเงินสินเชื่อ 17,707 ล้านบาท โดยมีเกษตรกรที่ใช้จ่ายผ่านบัตรแล้ว 197,001 ราย จำนวนเงิน 1,778 ล้านบาท ทั้งนี้ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติให้ร้านค้าแล้ว 3,000 ร้านค้า 

โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 500,000 บาท แบ่งเป็น โครงการพักชำระหนี้ปี 2554 มีเกษตรกรใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการจำนวน 403,741 ราย จำนวนเงิน 46,587 ล้านบาท โครงการพักชำระหนี้และลดภาระหนี้ปี 2555 มีเกษตรกรแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 2,764,753 ราย จำนวนเงิน 313,182 ล้านบาท

โครงการรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิต ได้แก่ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2554/55 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1,142,587 ราย ปริมาณข้าวเปลือก 6.95 ล้านตัน จำนวนเงิน 118,576 ล้านบาท โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง(ปกติ+พิเศษ) ปี 55 จำนวนเกษตรกร 1,021,018 ราย ปริมาณข้าวเปลือก 13.62 ล้านตัน จำนวนเงิน 201,850 ล้านบาท โครงการจำนำมันสำปะหลังปีการผลิต 2554/55 จำนวนเกษตรกรที่เข้าโครงการ 207,272 ราย ปริมาณมันสำปะหลัง 9.73 ล้านตัน จำนวนเงิน 27,836 ล้านบาท โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรในการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยปล่อยเงินกู้ผ่านสหกรณ์ต่างๆ และองค์การสวนยาง จำนวนเงิน 19,334 ล้านบาท รวมจำนวนเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ 2,370,877 ราย จำนวนเงิน 364,737 ล้านบาท

โครงการประกันภัยนาข้าวปีการผลิต 2555 เพื่อให้เกษตรกรรู้จักการสร้างภูมิคุ้มกันในการประกอบอาชีพ  ซึ่งการประกันจะคุ้มครองในเรื่อง อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือไต้ฝุ่น อากาศหนาว ลูกเห็บ ไฟไหม้ ศัตรูพืชและโรคระบาด อัตราค่าเบี้ยประกัน 129.47 บาทต่อไร่ โดยรัฐบาลจ่ายสมทบ 69.47 บาทต่อไร่ ธ.ก.ส.จ่ายสมทบ10 บาทต่อไร่เกษตรกรจ่าย 50 บาทต่อไร่ ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 45,312 ราย พื้นที่ 865,634 ไร่    เบี้ยประกันจำนวน 111.61 ล้านบาท

นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า ธ.ก.ส. ได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการบริหารจัดการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคมมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจองค์กร โดยดำเนินโครงการสำคัญๆ เช่น โครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ จำนวน 6,000 ชุมชน การส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อการออมและการอนุรักษ์ผ่านโครงการธนาคารต้นไม้ ซึ่งมีการจัดเวทีการปลูกต้นไม้ในใจคนเพื่อสร้างจิตสำนึกแล้ว 3,556 ชุมชน และมีชุมชนที่ร่วมจัดตั้งธนาคารต้นไม้แล้ว 889 ชุมชน จำนวนผู้ปลูกต้นไม้ 79,050 ราย จำนวนต้นไม้ 3,762,434 ต้น และการส่งเสริมให้เกษตรกรออมเงินไว้ใช้เป็นสวัสดิการแก่ตนเองและครอบครัวเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผ่านโครงการกองทุนทวีสุข ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1,030,579 ราย จำนวนเงินกองทุน 3,926 ล้านบาท