เอ็กซิมเร่งรัฐลงทุนทำบาทอ่อนเงินสำรองลด

วันที่ 23 มี.ค. 2553 เวลา 14:53 น.
ประธานเอ็กซิมแบงก์ แนะรัฐเร่งเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ หวังกดทุนสำรองให้ลดลง เพื่อให้เงินบาทอ่อนค่า

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง เพื่อที่จะใช้เงินลงทุนไปซื้อสินค้าทุน หัวรถจักรและอุปกรณ์ต่างๆ จากประเทศ เพื่อให้ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยลดลง เพราะขณะนี้มี 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากเกินความจำเป็น โดยเห็นว่า ทุนสำรองควรอยู่ระดับ 7-8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2 เท่าของหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ

สำหรับการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ไปชำระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ก็สามารถทำได้ โดยนำเงินจากบัญชีกำไรสะสมไปชำระหนี้ แต่ติดปัญหาว่าเงินในบัญชีส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ได้รับบริจาคจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งที่ผ่านมาท่านไม่เห็นด้วยที่จะนำมาใช้หนี้

นายณรงค์ชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายมาตรการให้เอกชนนำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น สามารถผ่อนคลายการไหลเข้าของเงินทุน และการแข็งค่าของค่าเงินบาทได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งค่าเงินบาท คาดว่าทั้งปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะไม่แข็งค่าไปมากกว่านี้ เนื่องจากเงินยูโรอ่อนค่าลงจากปัญหาเศรษฐกิจในหลายประเทศของยุโรป ทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ เป็นไปตามกลไก

นายณรงค์ชัย กล่าวว่า ปัญหาการเมืองเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลต่อภาคบริการและท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้สำคัญของประเทศ ส่วนจะกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาการชุมนุม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมลงทุน และภาคการเกษตรไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมาก