ยันเงินไหลกลับแสนล้าน

วันที่ 03 ก.ค. 2555 เวลา 10:04 น.
ยันเงินไหลกลับแสนล้าน
ต่างชาติขนเงินลงทุนพันธบัตรไทย เดือนเดียวเฉียดแสนล้านบาท

ผู้บริหารสถาบันการเงินหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า ยังคงมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นต่อเนื่อง ไม่ได้ไหลออกแม้ว่าจะมีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าในเดือน พ.ค. มีการขายพันธบัตรธปท.ก็ตาม

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในเดือน มิ.ย.เงินไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรอีกครั้ง

น.ส.อาริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทยโดยเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มียอดซื้อสุทธิ 9.8 หมื่นล้านบาท และ ณ สิ้นเดือน มิ.ย.มียอดถือครองสุทธิอยู่ที่ 6.04 แสนล้านบาท

ในเดือน มิ.ย. ต่างชาติซื้อสุทธิในทุกช่วงอายุตราสารหนี้ แต่จะเริ่มเห็นการลงทุนในพันธบัตรอายุยาวมากขึ้น โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 40% เพราะเปลี่ยนมุมมอง จากเดิมที่คาดว่าดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์หนี้ยุโรปรุนแรงขึ้น จึงคาดกันว่าในช่วงครึ่งปีหลังดอกเบี้ยจะไม่เพิ่มขึ้นและมีโอกาสที่จะลดลงได้เช่นกัน

“นักลงทุนกังวลจึงขายเงินลงทุนในตราสารหนี้อายุยาวประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาทในช่วงเดือน พ.ค. แต่ก็มีแรงซื้อในส่วนอายุสั้น ทำให้ทั้งเดือนยังมียอดซื้อสุทธิอยู่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท” น.ส.อาริยา กล่าว

นายกอบสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ช่วงนี้ค่าเงินบาทจะมีความผันผวนผู้ส่งออกต้องระมัดระวัง ปัญหาในอียูยังเรื้อรังอาจมีเงินไหลเข้าและออก เพื่อถือเงินเหรียญสหรัฐผู้นำเข้าและส่งออกควรซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ด้านนายสมชัย จิตสุชน สถาบันการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ได้วิเคราะห์ให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภาฟังถึงผลกระทบของการดำเนินนโยบายประชานิยม ว่าหากประเทศไทยยังคงทำแต่เรื่องนโยบายประชานิยม ไม่เกิน 10 ปีเศรษฐกิจของประเทศจะล่มสลายเหมือนกรีซ โครงการประชานิยมที่เข้าข่ายทำลายกลไกตลาดสูงมาก สุดคือ โครงการรับจำนำข้าว

บทความแนะนำ