5 นิคมฯเดินหน้าสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม

วันที่ 23 ธ.ค. 2554 เวลา 19:06 น.
ออมสิน เผยนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง เดินหน้าพร้อมสร้างเขื่อนป้องกันอุทกภัย

นายบรรลือ พันธ์พงษ์เจริญ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มสินเชื่อธุรกิจ เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เชิญผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบางกระดี นิคมอุตสาหกรรมนวนคร นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร พร้อมด้วย นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย ร่วมประชุมเกี่ยวกับความคืบหน้าด้านสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัย โดยนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเตรียมความพร้อมที่จะนำเงินกู้สนับสนุนไปดำเนินการก่อสร้างระบบป้องกันอุทกภัย

ทั้งนี้นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน แจ้งว่าได้รูปแบบของเขื่อนแล้ว และอยู่ระหว่างประเมินมูลค่าการก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ได้ส่งแบบเขื่อนไปยังสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือไจก้า (JICA) เพื่อพิจารณาแล้วโดยกำลังรอผลการพิจารณาอยู่ ขณะที่อีก 3 นิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางกระดี นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งการออกแบบเขื่อน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมได้แจ้งในที่ประชุมว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับรองแบบเขื่อนเพื่อจะนำไปใช้ในการก่อสร้างจริง

นายบรรลือ กล่าวอีกว่า ธนาคารออมสินได้แจ้งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ โดยเป็นหลักเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการพิจารณาสินเชื่อทั่วไป ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบ โดยที่ธนาคารออมสินยังไม่เคยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดมาร่วมเซ็นสัญญาเพื่อค้ำประกันการจ่ายเงินคืนแต่อย่างใด

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กับ ธนาคารออมสิน ในการดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม/เขตประกอบการอุตสาหกรรม/สวนอุตสาหกรรม โดยมี นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามวงเงินสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 0.01 % ต่อปี ตลอดอายุโครงการ โดยรัฐบาลชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงินกับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับผู้กู้ให้ธนาคารออมสิน โดยให้ธนาคารออมสินพิจารณาวงเงินให้กู้ตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ