ชงรีดภาษีรถหรู-ไวน์-สุรา

วันที่ 05 ธ.ค. 2554 เวลา 11:31 น.
ชงรีดภาษีรถหรู-ไวน์-สุรา
ศุลกากรชงขุนคลังพิจารณารีดภาษีนำเข้ารถหรูเหล้าบุหรี่ไวน์ หารายได้ชดเชยเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องจักร

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 ธ.ค. 2554 จะมีการเสนอแนวทางในการดำเนินงานของกรมศุลกากรให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง พิจารณา จากที่ก่อนหน้านี้ รมว.คลัง ได้มีการสั่งการให้กรมศุลกากรไปหาแนวทางการประเมินภาษีรถยนต์หรูราคาแพงและรถสปอร์ตให้มีความเหมาะสมเพื่อไม่ให้สร้างภาระด้านทางราคาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

สมชาย
สมชาย

“ช่วงที่ผ่านมากรมศุลกากรได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บและช่องทางในการจัดเก็บภาษีเพื่อให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น โดยได้มีการศึกษาทั้งในส่วนที่ รมว.คลัง ได้สั่งการในช่วงก่อนหน้าเกี่ยวกับการประเมินภาษีรถยนต์หรูราคาแพงและรถสปอร์ต รวมถึงได้มีการศึกษาในส่วนของการประเมินราคาและภาษีสำหรับสินค้าประเภทสุรา ไวน์ และยาสูบ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อผลการศึกษาออกมาแล้วก็จะเสนอให้รมว.คลัง พิจารณา ต่อไป” นายสมชาย กล่าว

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรไม่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บรายได้มากนัก กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร รถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนรถยนต์ สำหรับบริษัทที่ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย เนื่องจากการนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเก็บอากรขาเข้า หรือถ้าเก็บก็เป็นการเก็บบางประเภทและอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ

“ในเบื้องต้นกรมได้มีการประเมินแล้วว่ามติ ครม.ดังกล่าวคงไม่ส่งผลในแง่ของรายได้ของกรมศุลกากรอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้เก็บภาษีอากรสินค้าประเภทดังกล่าว หรือถ้าเก็บก็เป็นบางประเภทเท่านั้น ซึ่งก็เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนภายในประเทศด้วย” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับเป้ารายได้ในปี 2555 ยังคงอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ายังคงสามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพและเทคโนโลยีในการจัดเก็บให้มีความทันสมัย และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ ครม. มีมติให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร รถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนรถยนต์ สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

อุทกภัย และผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2554 – 30 มิ.ย. 2555 โดยกำหนดว่าให้เครื่องจักรที่นำเข้าต้องเป็นชนิดเดียว หรือใกล้เคียงกับที่ผลิตในประเทศ และจำนวนที่นำเข้าจะต้องไม่เกินที่ผลิตได้ในประเทศ