จีดีพีไทยปี 2552 หดตัว 2.3% คาดปีนี้โตบวกสูงสุด 4.5%

วันที่ 22 ก.พ. 2553 เวลา 15:12 น.
สศช.เผยตัวเลขจีดีพีปี 2552 หดตัว 2.3% คาดปีนี้ขยายตัว 3.5-4.5% เตือนสติอย่าให้การเมืองทำศก.ฟุบเหมือนช่วงปฏิวัติ

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2552 และแนวโน้มปี 2553 ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของปี 2553 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 3.5-4.5% เนื่องจากได้รับแรงส่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยจะมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวด้านการส่งออก และการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหากสามารถขับเคลื่อนได้ภายในไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้ ทั้งนี้ เป็นไปภายใต้สมมติฐานที่เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.8-4.2% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติอยู่ที่ 16 ล้านคน

ขณะที่มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง, การแก้ไขปัญหาการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรรมมาบตาพุดที่ควรดำเนินการให้เสร็จอย่างช้าภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้, การดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2553, ปัญหาภัยแล้ง, การดำเนินโนบายการเงินที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม สศช.คาดว่าจีดีพี ของปี 2553 คาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5% ยังไม่รวมปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง โดยปฏิเสธที่จะตอบว่าหากรวมปัจจัยทางการเมืองแล้ว จีดีพีจะปรับลดลงไปเหลือเท่าไหร่ แต่นายอำพน ระบุ เพียงว่าขอให้นึกถึงเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2552 ที่ลดลงไปต่ำสุดถึง 7.1% และเมื่อปี 2549 ต่อเนื่องถึงปี 2550 ยังปรับลดลงไปเหลือเพียง 2% จากระดับ 5% ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจโลกไม่มีปัญหาเลย

สำหรับ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 52 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 5.8% ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบปี 52 เนื่องจากราคาพืชผลเกษตร การท่องเที่ยว และการส่งออกดี ส่งผลให้ตลอดทั้งปี 52 เศรษฐกิจไทยติดลบเพียง 2.3%จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะติดลบ 3%