บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนคอมเพล็กซ์รีเทิร์น

วันที่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 21:43 น.
บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนคอมเพล็กซ์รีเทิร์น
บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนคอมเพล็กซ์รีเทิร์น “SCBCR1YN” IPO 23-28 เม.ย.นี้

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีนักลงทุนให้ความสนใจกองทุนประเภทนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ ได้เปิดเสนอขายกองทุนประเภทนี้ถึง 12 รุ่นด้วยกัน จนสามารถระดมทุนในกองทุนประเภทนี้ได้กว่า 18,000 ล้านบาทซึ่งรวมกองทุนที่ครบกำหนดอายุด้วยแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังเชื่อมั่นในโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี จึงได้นำเปิดเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 1YN (SCB Complex Return 1YN : SCBCR1YN) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนมีอายุ 1 ปี มูลค่าโครงการ 4,400 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งเดียวระหว่างวันที่ 23-28 เมษายน 2564 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท สำหรับกองทุนนี้ นอกจากโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ใกล้เคียงเงินฝากจากการลงทุนในส่วนของตราสารหนี้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามราคาของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ 4 ตัวใหญ่ที่มีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์อีกด้วย สำหรับกองทุนนี้มีกลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 นําเงินต้นประมาณ 99.55% ของทรัพย์สินกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ขึ้นไป เมื่อครบกําหนดอายุกองทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่ใกล้เคียงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอายุ 1 ปี โดยการลงทุนส่วนนี้มีความผันผวนต่ำช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินต้นได้ ทั้งนี้ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน

ส่วนที่ 2 ประมาณ 0.45% ของทรัพย์สินกองทุน จะนำไปลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน โดยอ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ได้แก่ Amazon ผู้ค้าปลีกออนไลน์ระดับโลก, Netflix ผู้ให้บริการวีดีโอสตรีมมิ่งผ่านอินเทอร์เน็ต, AMD ผู้ผลิตเทคโนโลยีประมวลและกราฟิกประสิทธิภาพสูง และ NVDA ผู้ออกแบบและพัฒนาหน่วยประมวลผลกราฟิก 3D

สำหรับสัญญาวอแรนต์ดังกล่าวมีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบ Shark fin ซึ่งเป็นส่วนสร้างผลตอบแทนเพิ่มให้กับกองทุน โดยกองทุนจะนำผลตอบแทนตามจริงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ 4 ตัวใหญ่ (Amazon, Netflix, AMD และ NVDA) ไปคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นรายตัวทั้ง 4 ตัว โดยกำหนดกรอบการคำนวณเมื่อราคาหุ้นอ้างอิง ณ วันพิจารณา น้อยกว่าหรือเท่ากับ 50% ของราคาหุ้นอ้างอิงในวันเปิดกองทุนโดยนำผลตอบแทนจริงไปคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ย หรือเมื่อราคาหุ้นอ้างอิง ณ วันใดวันหนึ่ง มากกว่าราคาหุ้นอ้างอิงในวันเปิดกองเกิน 50% จะคิดผลตอบแทนเท่ากับ 0% ไปคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ย ทั้งนี้ ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนต์จะอ้างอิงจากผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นทั้ง 4 ตัว

นางนันท์มนัส กล่าวว่า สหรัฐฯ มีข่าวดีจากหลายปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ส่วนแรกมูลค่า 2.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างยั่งยืนหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับดัชนีรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น +7.9 จุด เป็น 63.8 จุด โดยภาคบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก +8.4 จุด เป็น 63.7 จุด สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังการเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown รวมถึงการแจกจ่ายวัคซีน โดยประชาชนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้วกว่า 33% ของประชากร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมในระยะนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นกองทุน SCBCR1YN ที่มีรูปแบบการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามราคาของ Basket ในหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ จึงเป็นกองทุนอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในสภาวะเช่นนี้ได้เป็นอย่างดีก็ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Center โทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย หรือ https://scbam.info/32vfa72 สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ได้ที่ https://scbam.link/scbam_fund_click