บลจ.ไทยพาณิชย์จ่ายปันผลกว่า3,000ล้านบาท

วันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 08:27 น.
บลจ.ไทยพาณิชย์จ่ายปันผลกว่า3,000ล้านบาท
บลจ.ไทยพาณิชย์ โชว์บริหารกองอสังหาฯ – โครงสร้างพื้นฐาน Q4 ปี 62 จ่ายปันผลและลดทุนผู้ถือหน่วยกว่า 3,000 ล้านบาท

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผล กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารงานสำหรับไตรมาสที่ 4/2562 จากงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562จำนวน 5 กองทุน และจ่ายลดทุนจำนวน 1 กองทุน รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 3,000 ล้านบาท ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 3 มีนาคม 2563

ทั้งนี้ การจ่ายปันผลประกอบด้วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าจำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) ที่ลงทุนในอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยในไตรมาส 4 ปี 2562 นี้ผู้เช่าพื้นที่รายใหญ่ได้ต่อสัญญาเช่าพื้นที่กับทางกองทุนต่อไป โดยอัตราค่าเช่าที่ปรับขึ้นได้นั้นเป็นไปตามนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับค่าเช่าตามอัตราตลาดในปัจจุบัน เมื่อมองภาพรวมปี 2562 กองทุน CPNCG ได้จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 1.0052 บาทต่อหน่วย เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่จ่ายไป 0.9586 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 4.9% โดยในครั้งนี้จะจ่ายปันผลในอัตรา 0.2005 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 29 รวมจ่ายเงินปันผล 6.5216 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556)

กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ (POPF) ลงทุนในอาคารสมัชชาวานิช 2 อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ และอาคารบางนา ทาวเวอร์ ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมายังคงมีอัตราการเช่าเฉลี่ยของอาคารที่กองทุนลงทุนสูงกว่าร้อยละ 95 มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ได้กำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2569 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 35 รวมจ่ายเงินปันผล 8.9018 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2554) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แสนสิริ ไพร์มออฟฟิศ (SIRIP) ลงทุนในกรรมสิทธิ์ในโครงการอาคารสิริภิญโญ จะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.1500 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 23 รวมจ่ายเงินปันผล 3.3631 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557)

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนอสังหาฯ ประเภทโรงงานและคลังสินค้า จำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) จะจ่ายปันผลในอัตรา 0.2107 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 22 รวมจ่ายเงินปันผล 4.1937 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) ซึ่งหลังจากที่กองทุนได้มีการเข้าลงทุนเพิ่มเติมครัง้ที่ 4 มูลค่าการลงทุนประมาณ 15,800 ล้านบาท แล้วเสร็จในช่วงปลายสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น ในไตรมาส 4 จึงเป็นไตรมาสแรกที่ทางกองทุนได้รับรายได้จากการเข้าลงทุนครั้งที่ 4 แบบเต็มไตรมาส ส่งผลให้ทางกองทุนสามารถพิจารณาจ่ายปันผลได้ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยจะจ่ายปันผลในอัตรา 0.2610 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 24 รวมจ่ายปันผล 5.8644 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557)

พร้อมกันนี้ได้จ่ายเงินลดทุนจำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนอสังหาฯ ประเภทโรงแรม 1 กองทุน คือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท (ERWPF) ที่ลงทุนในโรงแรมไอบิส ป่าตอง และโรงแรมไอบิส พัทยา เป็นการจ่ายเงินลดทุนในอัตรา 0.1304 บาทต่อหน่วย เพื่อเป็นการจ่ายคืนสภาพคล่องส่วนเกินจากกรณีที่กองทุนมีการรับรู้รายการการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากการลดลงของราคาการสอบทานค่าทรัพย์สิน ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ได้มีกระแสเงินสดจ่ายออกไปจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต