กองทุน JASIF เคาะราคาขาย 9 บาท

  • วันที่ 01 ต.ค. 2562 เวลา 15:51 น.

กองทุน JASIF เคาะราคาขาย 9 บาท

ขึ้นเครื่องหมาย XB วันที่ 11 ต.ค.นี้ กำหนดอัตราส่วนจัดสรรหน่วยลงทุนใหม่แก่ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจองซื้อที่ 2.2 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ 

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง Deputy Managing Director, Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง หรือ กองทุนบัวหลวง ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนฯ อยู่ระหว่างดำเนินการเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภททรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมครั้งที่ 1 และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จาก บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 38,000 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุนฯ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 24,629 ล้านบาท และขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 18,160 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนส่วนหนึ่งในการซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใหม่และใช้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อทรัพย์สินครั้งนี้ หลังจากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนฯ เป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ กองทุนฯ จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง จำนวนไม่เกิน 700,000 คอร์กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในเส้นทางเพิ่มเติมจากทรัพย์สินที่กองทุนฯ ถือกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน โดยทรัพย์สินใหม่เป็นเส้นใยแก้วนำแสงที่สร้างขึ้นเฉลี่ยเพียง 1 – 3 ปี มีอายุการใช้งานที่ยาวนานเฉลี่ยประมาณ 35 ปี และจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40 ปี หากมีการดูแลรักษาที่ดี

ภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จะส่งผลให้กองทุนฯ มีขนาดทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร จากปัจจุบันอยู่ที่ 980,500 คอร์กิโลเมตร และครอบคลุมพื้นที่ 925 อำเภอ ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถตอบสนองความต้องการการใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้รวมถึงผลตอบแทนที่ดีขึ้นแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาว

นายพรชลิต กล่าวต่อว่า แหล่งเงินทุนที่กองทุนฯ จะใช้ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จะมาจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนของกองทุนฯ จำนวนไม่เกิน 24,629 ล้านบาท จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน 54,183.8 ล้านบาท จะเพิ่มเป็นไม่เกิน 78,812.8 ล้านบาท โดยการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ จำนวนไม่เกิน 2,500 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน และจะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอีกไม่เกิน 15,500 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนส่วนหนึ่งสำหรับซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนเพิ่ม และกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในประเทศอีกไม่เกิน 2,660 ล้านบาท เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนเพิ่มครั้งนี้

ขณะเดียวกัน บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทำข้อตกลงจะไม่โอนหน่วยลงทุน JASIF ที่จะมีผลให้สัดส่วนการถือหน่วยลงทุนต่ำกว่าที่กำหนดเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (ขึ้นกับผลการจองซื้อของผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการเพิ่มทุนครั้งนี้) พร้อมกันนี้ TTTBB จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการเคลื่อนย้ายและนำเส้นใยแก้วนำแสงลงใต้ดิน ที่กองทุนฯ เข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่กองทุนเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 เสร็จสิ้น กองทุนฯ มีสิทธิขยายอายุสัญญาเช่าหลักในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเดิม จำนวน 784,400 คอร์กิโลเมตร ที่มี TTTBB เป็นคู่สัญญา เป็นวันที่ 29 มกราคม 2575 จากเดิมจะสิ้นสุดสัญญาเช่า 22 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้กองทุนฯ มีความมั่นคงของกระแสรายได้จากค่าเช่าทรัพย์สินบางส่วนที่กองทุนฯ ลงทุนอยู่ในปัจจุบันได้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่กองทุนฯ และผู้ถือหน่วยลงทุน

“TTTBB ซึ่งเป็นผู้เสนอขายกรรมสิทธิ์เส้นใยแก้วนำแสงและเป็นคู่สัญญาเช่ากลับทรัพย์สินจากกองทุนฯ ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายใหญ่ของไทยภายใต้แบรนด์ 3BB นับจากปี 2558-2561 TTTBB มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการเพิ่มขึ้นจาก 12,749 ล้านบาท เป็น 19,409 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 15%”นายพรชลิต กล่าว

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ในการเตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ของกองทุนฯ จำนวนไม่เกิน 2,500 ล้านหน่วย เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 1 กองทุนฯ จะขึ้นเครื่องหมาย XB วันที่ 11 ตุลาคมนี้ ซึ่งผู้ที่ต้องการได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ จะต้องถือหน่วยลงทุนเดิม ณ สิ้นวันที่ 10 ต.ค.นี้ และจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ ในวันที่ 15 ต.ค.62

ขณะเดียวกัน ได้กำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิจองซื้อ แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อตามที่ปรากฏรายชื่อสมุดทะเบียน ในอัตรา 2.2 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ และราคาเสนอขายที่ 9 บาทต่อหน่วย ซึ่งวันจองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มทุน คือวันที่ 7 – 13 พ.ย.62

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย ) ระบุว่าราคาเพิ่มทุนJASIFต่ำกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯประมาณการไว้ที่ 10.30 บาท ดังนั้น จึงปรับโมเดลและราคาพื้นฐานใหม่เพื่อสะท้อนการเพิ่มทุนครั้งนี้ ราคาพื้นฐานใหม่เท่ากับ 11.40 บาท (เดิม 11.80 บาท) คงคำแนะนำถือ JASIF และให้นักลงทุนที่มีหุ้นใช้สิทธิเพิ่มทุน คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield)ปี 2563 ไว้เท่ากับ 9.5%

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า รู้สึกผิดหวังกับราคาการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ JASIF ที่ต่ำกว่าคาด โดยอยู่ที่ 9 บาท (คาดการณ์ที่ 9.8 บาท) จึงมองว่าโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับสูงขึ้นจากประเด็นนี้นั้นมีน้อย ในทางกลับกันประเด็นดังกล่าวจะก่อให้เกิดความกังวลในตลาดได้ในแง่ต่าง ๆ ได้แก่ 1) คุณภาพทรัพย์สิน 2) ประเด็นความกังวลต่อธุรกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง และ 3) อุปสงค์ต่อ RO ที่ต่ำ

ดังนั้นจึงปรับลดกำไรต่อหน่วยลงทุน (EPU) ของ JASIFสำหรับปี 2562-2564 ลง 0.1-3.1% และปรับลดราคาเป้าหมายอิงวิธีคิดลดเงินสด (DCF) ปี 2563 ลง 10.8% จาก 12.82 บาทเป็น 11.43 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เพราะข้อตกลงในครั้งนี้จะทำให้มูลค่าเร่งตัวขึ้น ไม่ผลกระทบ dilution จากการถือครอง มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ขณะที่มีความเสี่ยงจำกัดจากกรณีการเทขายหุ้นโดย JAS ในระยะสั้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

สตอรี่หุ้น RAM

วันที่ 15 ม.ค. 2562

เงิน LTF ยังอยู่

วันที่ 14 ม.ค. 2562

ระวัง! เรื่องภาษี

วันที่ 08 ม.ค. 2562

รอดูสหรัฐ-จีน 7 ม.ค.

วันที่ 03 ม.ค. 2562

ข่าวอื่นๆ