บลจ.กสิกรไทย ชวนล็อคผลตอบแทนผ่านเทอมฟันด์

  • วันที่ 23 ก.ย. 2562 เวลา 15:50 น.

บลจ.กสิกรไทย ชวนล็อคผลตอบแทนผ่านเทอมฟันด์

เชื่อมั่นตราสารหนี้เอเชียยังน่าสนใจ เหตุเงินเฟ้อทรงตัว จับตานโยบายการเงินรัฐบาลเอเชีย ความผันผวนค่าเงิน

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุ โดยธนาคารกลางทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

จากภาวะดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชียพิจารณาดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเช่นกัน เพื่อเตรียมรับมือกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งเป็นผลดีกับอัตราผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ เมื่ออัตราผลตอบแทนลดลงส่งผลให้นักลงทุนมุ่งหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search for yield) โดยเน้นการลงทุนในประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงภายใต้ความเสี่ยงที่รับได้ เช่น ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เป็นต้น

นอกจากนี้การประเมินมูลค่า (Valuation) ของตราสารหนี้เอเชียยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับทรงตัว อย่างไรก็ตาม ควรจับตานโยบายทางการเงินของรัฐบาลในเอเชีย และติดตามความผันผวนของค่าเงินเอเชียในระยะสั้น

นายนาวิน กล่าวว่า กองทุนเทอมฟันด์ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการล็อกผลตอบแทนในระยะเวลาลงทุนที่แน่นอน อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงและช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะตลาดที่มีความผันผวน

บลจ.กสิกรไทย เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน HL (KFF6MHL) ประมาณการผลตอบแทนไว้ที่ 1.50% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี GV (KFF1YGV) ประมาณการผลตอบแทนไว้ที่ 1.60% ต่อปี โดยเปิดเสนอขายในระหว่างวันที่ 24 - 30 กันยายน 2562

เบื้องต้นคาดว่าทั้ง 2 กองทุน มีนโยบายเข้าไปลงทุนในเงินฝาก China Construction Bank Corporation, สาขาฮ่องกง, เงินฝาก Agricultural Bank of China, เงินฝาก Bank of China, บัตรเงินฝาก China Merchants Bank และบัตรเงินฝาก Bank of Communications, ประเทศจีน รวมถึงเงินฝาก Commercial Bank of Qatar และเงินฝาก Al Khalij Commercial Bank, ประเทศกาตาร์ นอกจากนี้ยังมีเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia, ประเทศอินโดนีเซีย โดยกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

 

ข่าวอื่นๆ