DREIT เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน

  • วันที่ 12 ก.ย. 2562 เวลา 05:00 น.

DREIT เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน

ลงทุนใน ‘ดุสิตธานี มัลดีฟส์’ ผลตอบแทน 8.07 % ขนาดกองทุน 6,985.6 ล้านบาท ส่งผลดีต่อสภาพคล่องซื้อขาย 

นายสานต่อ มุทธสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) เปิดเผยว่า กองทรัสต์ DREIT พร้อมเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในสัดส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิมต่อ 0.7379 หน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม ในราคาไม่เกินหน่วยละ 5.90 บาท ในระหว่างวันที่ 13-19 กันยายนนี้ ขณะที่ผู้ลงทุนทั่วไป สามารถจองซื้อได้ในระหว่างวันที่ 13-23 กันยายน ที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา

ทั้งนี้ เงินระดมทุนที่ได้จากการออกหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,782.39 ล้านบาท จะนำไปลงทุนในโครงการโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บนเกาะ Mudhdhoo ในหมู่เกาะ Baa Atoll สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการประกาศจากองค์กร UNESCO ให้เป็นเขตสงวนชีวมณฑล (UNESCO World Biosphere Reserve) บนพื้นที่เช่าประมาณ 116 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา ระยะเวลาเช่าคงเหลือ 40 ปีเศษ มีมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 2,385.60 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ยืมบางส่วน

การลงทุนเพิ่มเติมของ DREIT ในครั้งนี้ จะทำให้รายได้ค่าเช่าของกองทรัสต์มีความมั่นคงมากขึ้นผ่านการกระจายความเสี่ยงของการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน ซึ่งเดิม DREIT ลงทุนในโครงการโรงแรมในประเทศทั้งหมด 3 แห่ง คือ โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต และ โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน การเพิ่มโครงการในต่างประเทศเข้ามาจะช่วยลดการพึ่งพิงแหล่งรายได้ของกองทรัสต์ DREIT กับทรัพย์สินใดทรัพย์สินหนึ่ง (Asset Diversification) และยังเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

สำหรับราคาเสนอขายที่กำหนดไว้ไม่เกินหน่วยละ 5.90 บาท คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนต่อหน่วย 0.4764 บาท คิดเป็นไม่ต่ำกว่า 8.07% ถือเป็นอัตราที่จูงใจ และการลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ จะทำให้กองทรัสต์มีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน มูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์อยู่ที่ระดับประมาณ 4,590.8 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากการเข้าลงทุนในโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ คาดว่ากองทรัสต์จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมไม่เกิน 6,985.6 ล้านบาท และส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขาย เพิ่มความสามารถในการกู้ยืมเงิน และความสามารถในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

ข่าวอื่นๆ