กองทรัสต์ ‘บลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’คาดผลตอบแทนปีแรก 8.50%

  • วันที่ 11 ก.ย. 2562 เวลา 16:24 น.

กองทรัสต์ ‘บลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’คาดผลตอบแทนปีแรก 8.50%

ระดมทุน 4,420 ล้านบาท เข้าลงทุนครั้งแรกในโรงแรมชั้นนำ 3 แห่ง รับไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวของอาเซียน

นายรุ่งยศ จันทภาษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวล แอสเซท ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ เปิดเผยว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดตั้งทรัสต์กองแรกเพื่อเป็นทางเลือกใหม่แก่นักลงทุน ภายใต้ชื่อ ‘ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าบลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ BWHREIT โดยจะลงทุนครั้งแรกในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม 3 แห่ง ใน ภูเก็ต เกาะสมุย และเขาใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่

(1) กรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาคาร และสังหาริทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล รีสอร์ท และสวนน้ำ สแปลช จังเกิ้ล (“โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล และสวนน้ำ) เนื้อที่ประมาณ 57 ไร่

(2) การลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม หรรษา สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา (โรงแรมหรรษา สมุย) รวมเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน 9.5 ตารางวา เป็นระยะเวลา 20 ปี

(3) สิทธิการเช่าที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมเดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม KYCC (โรงแรม กรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม) เนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ เป็นเวลา 30 ปี

สำหรับโรงแรมหรรษา สมุย ตั้งอยู่บริเวณหาดบ่อผุด เกาะสมุย ห่างจากสนามบินเพียง 15 นาที เป็นโรงแรมติดหาดระดับ 5 ดาว สไตล์ลักซูรี่ บริหารงานโดย บริษัท หรรษา กรุ๊ป มีห้องพักจำนวน 74 ห้อง ซึ่งทุกห้องมีระเบียงเปิดกว้างรับทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะสมุย อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 75%

โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล และสวนน้ำ ตั้งอยู่บนหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่ทอดยาวถึง 11 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินเพียง 20 นาที เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว (Midscale) มีห้องพักจำนวน 455 ห้อง ปัจจุบัน โรงแรมได้รับการปรับปรุง เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนแบรนด์ และการบริหารงานโดยกลุ่ม Langham Hospitality Group ผู้บริหารโรงแรมชั้นนำระดับสากล ซึ่งมีแบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีเครือข่างที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 ก่อนที่โรงแรมจะได้รับการปรับปรุงและรีแบรนด์ อยู่ที่ 46%

โรงแรม กรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม KYCC เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว (Midscale) มีห้องพักจำนวน 254 ห้อง และศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในเขาใหญ่ รองรับผู้เข้าใช้บริการได้กว่า 5,000 คน บริหารงานโดย ซีนิคอล เวิร์ล อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 54 %

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลูเวล แอสเซท กล่าวว่า จุดเด่นของกองทรัสต์ BWHREIT คือ การกระจายการลงทุนในโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลากหลาย จับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวแตกต่างกัน สามารถลดความผันผวนของรายได้ในแต่ละฤดูกาล และสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุน

โดยโรงแรมหรรษา สมุยจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวยุโรปเป็นหลัก โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ลและสวนน้ำ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเป็นครอบครัว และ โรงแรมกรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม เน้นตลาดไมซ์ที่เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทยมาประชุมและสัมมนา ขณะเดียวกันยังมีการผสมผสานการลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) และสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่เหมาะสมในสัดส่วนร้อยละ 57 และร้อยละ 43 ตามลำดับ

นอกจากนี้กองทรัสต์จะให้เช่าทรัพย์สิน ที่มีส่วนประกอบทั้งค่าเช่าคงที่ที่เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี และค่าเช่าแปรผัน เพื่อให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากผลการดำเนินงานของโรงแรม รวมถึงโอกาสเติบโตจากศักยภาพการสร้างผลกำไรในอนาคตอีกด้วย

“ธุรกิจโรงแรม ศูนย์ประชุมและสวนน้ำ จะได้รับผลดีจากภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางและศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่สำคัญ ” นายรุ่งยศ กล่าว

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดหุ้นกำลังผันผวนทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น และมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำหรือพันธบัตรรัฐบาลกว่า 7% ถือเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทน ทั้งจากส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุน (Capital Gain) และเงินปันผลที่สม่ำเสมอ

ทั้งนี้ ในส่วนของวงเงินลงทุนครั้งแรกในกองทรัสต์ BWHREIT จะมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,420 ล้านบาท โดยจะมาจากการระดมทุนเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนประมาณ 3,850 ล้านบาท และกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 771.5 ล้านบาท โดยกองทรัสต์ประมาณการอัตราผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 8.50%

 

ข่าวอื่นๆ