ลงทุนกองอสังหาฯ-รีทอย่างไรให้ได้ผลตอบแทน 13.59 % ต่อปี

  • วันที่ 22 ส.ค. 2562 เวลา 16:50 น.

ลงทุนกองอสังหาฯ-รีทอย่างไรให้ได้ผลตอบแทน 13.59 % ต่อปี

บลจ.กรุงไทย ชี้กองอสังหาฯ-รีท น่าลงทุน เหตุสู้ภาวะดอกเบี้ยขาลง เปิดสถิตินำเงินลงทุนต่อเนื่องในดัชนีกลุ่มดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนเลข 2 หลัก

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM)เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกกำลังกลับเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยขาลงอีกครั้ง เห็นได้จากปีนี้มีมากกว่า 30 ประเทศ เริ่มทยอยปรับลดนโยบายดอกเบี้ยลง ทั้งสหรัฐฯ อินเดีย เกาหลี เพื่อพยุงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี เหลือ 1.50 % ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขาลงของอัตราดอกเบี้ยโลก

บลจ.กรุงไทย มองว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) เป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้ โดยปัจจุบันอัตราเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองรีท โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.12% ต่อปี มากกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ซึ่งปัจจุบันให้ผลตอบแทนประมาณ 1.84% ต่อปี ทำให้ผลต่างของเงินปันผลและพันธบัตรรัฐบาลไทย (Dividend Yield Gap)อยู่ที่ระดับประมาณ 3.28% ต่อปี

นอกจากนี้ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองรีทของไทยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 5.87 % ต่อปี และหากนำเงินปันผลดังกล่าวกลับไปลงทุนต่อในดัชนีกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองรีทจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ถึงปีละ 13.59% ต่อปี รวมถึงเมื่อลองเปรียบเทียบความผันผวนระหว่าง SETPREIT กับ ดัชนี SET Index ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าค่าความผันผวนของ SETPREIT ต่ำกว่า SET Index (ที่มา : บลูมเบิร์ก ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 62)

นางชวินดา กล่าวว่า ภาวะผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรที่ลดลง กองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล (KT-PIF) จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก กองทุนนี้เป็นกองทุนผสมที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีผลตอบแทนจากต้นปีสูงที่สุดของบลจ.กรุงไทย 

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวมีนโยบายและกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดยจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ทรัพย์สินในกองทุนมีคุณภาพและมีแนวโน้มการสร้างรายได้ที่ดี รวมถึงการวิเคราะห์ภาพรวมรายภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม 

ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน KT-PIF-D ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 ก.ค. 2562 ( 2 ม.ค.-31 ก.ค. 62) อยู่ที่ 20.75 % ย้อนหลัง 3 เดือนที่ 8.26% ย้อนหลัง 6 เดือนที่ 15.24 % ย้อนหลัง 1 ปี ที่ 22.59% และย้อนหลัง 3 ปี ที่ 10.29 % เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตัวเทียบวัด (Benchmark) ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 ก.ค. 2562 อยู่ที่ 18.79% ย้อนหลัง 3 เดือนที่ 6.27% ย้อนหลัง 6 เดือนที่ 14.26 % ย้อนหลัง 1 ปี ที่ 18.73% และย้อนหลัง 3 ปี ที่ 9.81%

ข่าวอื่นๆ