กองทุน DIF คาดผลตอบแทนปีแรก 6.58 %

  • วันที่ 13 ส.ค. 2562 เวลา 11:01 น.

กองทุน DIF คาดผลตอบแทนปีแรก 6.58 %

เปิดให้ผู้ถือหน่วยเดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ราคา 15.90 บาท จองซื้อ 20 – 23 ส.ค.นี้

น.ส.วีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการผู้แทนจำหน่ายหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ที่ราคา 15.90 บาทต่อหน่วย ซึ่งคิดเป็นประมาณอัตราผลตอบแทนในปีแรกที่ 6.58 % ตั้งแต่วันที่ 20 – 23 ส.ค.นี้ ที่ผู้แทนจำหน่ายหน่วยลงทุนของสำนักงานและสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ยกเว้นสาขาไมโคร และธนาคารกรุงไทย

โดยกำหนดอัตราส่วนในการจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ที่ 9.40 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิสามารถจองซื้อเกินสิทธิได้ โดยส่วนเกินสิทธิจะได้รับการจัดสรรตามสัดส่วนการถือหน่วย หากมีหน่วยลงทุนที่เหลือจากการจองซื้อตามสิทธิ การเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 นี้มีมูลค่ารวมไม่เกิน 15,800 ล้านบาท

การเปิดจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ครั้งนี้ กองทุนฯ จะเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่เท่านั้น ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมมีสิทธิที่จะจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ตามสิทธิและสามารถจองซื้อเกินสิทธิได้ โดยส่วนเกินสิทธิถ้าเหลือ กองทุนฯ จะทำการจัดสรรหน่วยลงทุนใหม่ที่เหลือให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิ ที่จองซื้อหน่วยลงทุนใหม่เกินกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรร

“มั่นใจว่าการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อ เนื่องจากกองทุน DIF มีผลตอบแทนที่มั่นคงจากกระแสรายได้ภายใต้สัญญาเช่าระยะยาวและให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยเป็นแนวโน้มขาลงและยังเป็นทางเลือกการลงทุนที่มีความผันผวนต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น” น.ส.วีณา กล่าว

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ไทยพาณิชย์ ในฐานะบริษัทจัดการ กล่าวว่า ณ วันที่ 31 มี.ค. 2562 กองทุน DIF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งสิ้น 1.5 แสนล้านบาท โดยภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จะทำให้กองทุนฯ มีทรัพย์สินครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถรองรับความต้องการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่และระบบอินเทอร์เน็ตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการเช่าใช้พื้นที่เสาโทรคมนาคมและใยแก้วนำแสง

ภายหลังการลงทุนครั้งที่ 4 ประมาณการอัตราผลตอบแทนในปีแรกอยู่ที่ 6.58% (ราคาเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ที่ 15.90 บาทต่อหน่วย และประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุน สำหรับช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 ถึง 30 ก.ย. 2563 อยู่ที่ 1.0456 บาทต่อหน่วย)

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ