การรุกคืบเข้ามาของการให้บริการแบบออนไลน์ในเรื่องการให้กู้

วันที่ 06 พ.ค. 2562 เวลา 07:30 น.
การรุกคืบเข้ามาของการให้บริการแบบออนไลน์ในเรื่องการให้กู้
ปี​ 2562​ ธนาคารพาณิชย์ยังมีอะไรที่จะออกมาอีกมากมาเพื่อรุกคืบเข้ามาของการให้บริการลูกค้าแบบออนไลน์ โดยเฉพาะการให้กู้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ

********************

ผู้เขียนไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยเมื่อผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ไทยได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า กลยุทธ์ของธนาคารปีนี้ จะมุ่งสร้างการเติบโตและขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์และดิจิทัลมากขึ้น โดยธนาคารได้ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อออนไลน์ (Digital​ Lending) รวม 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ลูกค้าบุคคลรายย่อย 10,000 ล้านบาท และลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจ SME 20,000 ล้านบาท เป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเทียบปี 2561 โดยเหตุที่ว่าธนาคารมีระบบการบริหารจัดการแบบ​ End​ to End ดีขึ้นโดยเฉพาะ การพิสูจน์และยืนยันตัวตนหรือ​ KYC/CDD การจัดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย​ การคัดกรองลูกค้า การประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตและด้านต่างๆ จนมีผลทำให้ธนาคารมีข้อมูลมากเพียงพอในการเข้าใจ​ เข้าถึง​ และประเมินความเสี่ยง (ประเมินโอกาสที่จะได้รับชำระหนี้จากการให้กู้ในปัจจุบันและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าได้แม่นยำ​ มั่นใจมากขึ้น​

นายธนาคารที่เป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อ​ SME และนวัตกรรมในบริการทางการเงินได้ระบุต่อไปอีกว่า​ ไตรมาสแรกปี 2562 ทำสินเชื่อประเภทนี้ค่อนข้างน้อย โดยอยู่ในระดับ 5,000 ล้านบาท ลูกค้าสินเชื่อส่วนใหญ่ที่ได้รับอนุมัติยังอยู่ที่รายย่อย และผู้ประกอบการร้านค้าอิสระ ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นลูกค้าธนาคารเป็นหลักอยู่ เนื่องจากฐานลูกค้ากลุ่มนี้มีบัญชีเงินหมุนเวียนกับธนาคาร (Having Transaction Data)​ มีข้อมูลจาก​ Platform E-Commerce ที่ลูกค้าคนขอสินเชื่อได้ไปค้าขายในระบบนั้น​ มันทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อผ่านระบบดิจิทัลได้ง่ายมากขึ้น

เราต้องไม่ลืมคือธนาคารคือกิจการที่มีข้อมูล​ มีการค้นหาโอกาสในการนำเงินฝากมาหาประโยชน์โดยการปล่อยสินเชื่อกับการลงทุน​ และด้วยการไปร่วมมือกับ Platform E-Commerce​ จะยิ่งเติมพลังและขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อีกมากมาย​

ลองคิดตามผมนะครับจากข่าวที่บอกว่า​ ดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อออนไลน์ (Digital​ Lending) หากเป็นผู้กู้รายย่อยคิดอยู่ที่ราว 10-20% เทียบกับดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลทั่วไปที่คิดไม่เกิน 28% ท่านผู้อ่านลองเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวที่ยากจะเกิน​ 2-3% ในเวลานี้​ นี่คือโอกาสในการหาผลตอบแทนที่ดีมากๆ​

ประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนอยากจะกล่าวย้ำในวันนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าในไม่ช้าก็คือ​ ขีดความสามารถในการพิสูจน์ว่าบุคลนี้คือคนๆ นี้​ ถ้าเราหรือระบบเราสามารถตอบคำถามจนเชื่อได้ว่า You are who you say you are ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถนำสิ่งที่เรียกว่า Something you have หรือ Something you know หรือ Something you are มาผสมผสานกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์​

ตัวอย่างเช่นใช้สิ่งที่เราเป็นอยู่คือ​ เสียงของเรา​ ลายนิ้วมือของเรา​ ม่านตาของเรา​ หรือใบหน้าของเรา​ ที่รวมๆเรียกว่า​ ไบโอเมตทริกซ์ มาดำเนินการจนมั่นใจและมีกฎหมายรองรับว่านาย​ A คือนาย​ A โดยนาย​ A ไม่ต้องนำพาตัวเอง​ หรือนำพาตัวเป็นๆของตัวเองมายังสถานที่ของผู้ให้บริการทางการเงินอีกต่อไป (Non face - to - face)​ แต่ได้กระทำผ่านเครื่องมือและระบบคอมพิวเตอร์/ระบบอินเทอร์เน็ต​ จนมีมาตรฐานที่ยอมรับนับถือกันโดยทั่วไปและเมื่อระบบนิเวศทางดิจิทัลยิ่งมีพัฒนาการด้านความปลอดภัยมากขึ้นเราก็จะได้เห็นความทันสมัยในการบริการทางการเงินในอนาคตมากขึ้น

มีข้อมูลปรากฏในข่าวสารที่เผยแพร่โดยสื่อมวลชนระบุว่าผลสำรวจของ​ Visa ใน พ.ศ.2561 ระบุว่าผู้บริโภคหรือลูกค้าที่ยื่นขอใช้บริการทางการเงินยินดีที่จะใช้ ไบโอเมตทริกซ์ ของตัวเอง (Something you are) มาพิสูจน์ตัวตนก่อนการใช้บริการทางการเงินเหตุเพราะมันมีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการใช้​ Password หรือ​ Somethings you know ที่นับวันจะลดบทบาทลงไป​เหตุเพราะปัญหาการลืม​ การถูกขโมย​ และความยุ่งยากในการทำซ้ำๆ ในแต่ละขั้นตอนการใช้บริการ

โดยข่าวได้ระบุว่า 86 %ของผู้บริโภคที่ทำแบบสำรวจสนใจที่จะลองใช้ ไบโอเมตทริกซ์ เพื่อยืนยันตัวตนหรือทำการชำระเงิน 65 %ของผู้ทำแบบสำรวจมีความคุ้นเคยกับการใช้ไบโอเมตทริกซ์ ประกอบกับความก้าวหน้าในอุปกรณ์มือถือที่ส่งผลให้การสแกนลายนิ้วมือ​ การสแกนใบหน้านั้นมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น หรือแม้แต่การใช้เสียงเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนมีความแม่นยำมากขึ้น ปัจจุบันอาจถึงเวลาแล้วที่จะนำเทคโนโลยี ไบโอเมตทริกซ์ มาใช้ในแอปพลิเคชัน ของธนาคารมากขึ้น​ มากขึ้น​ และมากยิ่งขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงิน (Payment service) ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าของตน

ท่านผู้อ่านลองคิดตามผมนะครับ

1. เราไม่ต้องเอาตัวเองไปยังธนาคารเพื่อขอใช้บริการสินเชื่อแต่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองผ่านโทรศัพท์มือถือ​

2. ไม่ต้องทำเอกสารเป็นกระดาษ​ ไปส่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อแต่ส่งโดยการถ่ายภาพเอกสารส่งไปให้แทน

3. ทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนได้ผ่านสิ่งที่เราเป็นหรือไบโอเมตทริกซ์ในวันนี้

4. ลงนามในหนังสือให้ความยินยอมโดยไม่ต้องมีเอกสารและเซ็นสดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคาร

5.ได้รับการแจ้งผลว่าได้หรือไม่ได้ภายใน​ 15-30 นาที

6. ถ้าได้รับอนุมัติ​ เงินที่ขอกู้ไปจะถูกส่งตรงไปยังบัญชีของผู้ขอกู้ทันที​ สภาพคล่องของคนที่ได้รับเงินกู้ก็จะทันการณ์

ปี​ 2562​ ยังมีอะไรที่จะออกมาอีกมากมายและผู้เขียนก็เชื่อว่าการรุกคืบเข้ามาของการให้บริการแบบออนไลน์ในเรื่องการให้กู้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณในปีนี้นะครับ​ เรามาลองติดตามเป้าเงินกู้ด้วยกันนะครับ

บทความแนะนำ