‘ปัญหาหนี้’ผูกเอง ... ก็ต้อง ค่อยๆ แก้เอง

  • วันที่ 26 ก.ค. 2561 เวลา 12:34 น.

‘ปัญหาหนี้’ผูกเอง ... ก็ต้อง ค่อยๆ แก้เอง

โดย...จักรพงษ์ เมษพันธ์

“เป็นหนี้ xxx,xxx บาท ต้องแก้ยังไง” …

นี่คือคำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดในช่วงนี้ (บ่อยจริงๆ นะ) และเป็นคำถามที่ได้ฟังทีไรก็เพลีย เพราะการรู้ว่าคุณเป็นหนี้โดยไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลย มันไม่ง่ายเลยที่จะให้คำแนะนำเพื่อแก้ปัญหา

หนักกว่านั้นมีถามด้วยนะว่า “ทำยังไงให้หมดเร็วๆ” (ใจร้อนเสียด้วย 555)

การจะเริ่มต้นแก้ไขปัญหาหนี้สินนั้น จะต้องเริ่มจากการแจกแจงข้อมูลทางการเงินของตัวเองออกมาให้หมด ทั้งรายรับ รายจ่าย ทรัพย์สิน และหนี้สิน เรียกว่าต้องมองเห็นให้ทั่วทั้งสองงบการเงินสำคัญ ถึงจะพอมองเห็นทั้งสาเหตุ และโอกาสในการแก้ปัญหาในภาพรวมได้

แต่ก็นั่นแหละ ถึงแม้จะส่งรายละเอียดทั้งหมดมาให้ ผมก็จะยังไม่ตอบคำถามนี้ให้ในทันที จนกว่าคนที่กำลังประสบปัญหาจะเริ่มต้นและลองพยายามคิดหาคำตอบเบื้องต้นให้กับตัวเองเสียก่อน

ดังนั้น แทนที่จะบอกวิธีกลับไปในทันที ผมจึงมักจะถามกลับไปว่า “แล้วคุณเองมีแผนจัดการกับหนี้ของตัวเองอย่างไร” คำตอบที่ได้เกือบครึ่งก็คือ “ถ้ารู้แล้วจะมาถามมั้ย” …555

ต้องบอกเลยว่า ที่ถามกลับไปนั้น ไม่ได้ยียวนกวนประสาท แต่ต้องการให้เจ้าของปัญหาฝึกคิดแก้ไขปัญหาของตัวเองในระดับหนึ่งก่อน เพื่อพัฒนาความคิดทางการเงิน และยกระดับจิตใจให้รู้จักที่จะสู้ด้วยตัวเองเป็นอันดับแรก

ไม่ใช่สร้างปัญหา แล้วเอาแต่นั่งรอว่าจะมีใครมาช่วยเราให้ดีขึ้นได้ มันไม่มีทางหรอกครับ ปัญหาทางการเงินเป็นปัญหาส่วนบุคคล จะให้ใครมาเป็นทุกข์เป็นร้อนเท่ากับเราได้ คงไม่มี

ดังนั้น ก่อนจะมาถาม คิดหาคำตอบของตัวเองมาก่อน ถ้าคิดมาแล้ว ผมก็จะค่อยๆ ถาม ค่อยๆ ให้คำแนะนำ เน้นที่หลักคิด แล้วให้เจ้าของปัญหาเลือกวิธีการ และสุดท้าย ท้ายสุด เจ้าของปัญหาเองนั่นแหละ จะเป็นคนคิดแผนการเงินเพื่อปลดหนี้ให้กับตัวเองได้…ไม่ใช่ผม

ในอีกมุมหนึ่ง การบอกแนวคิดแก้ปัญหาของคุณ ก็จะเป็นการช่วยคนให้ปรึกษาด้วย เพราะแนวทางของคุณ ก็จะสะท้อนถึงข้อมูลเชิงลึกทางการเงินของคุณ รวมไปถึงช่องทางแก้ไขปัญหาที่อาจเป็นไปได้อีกด้วย

เช่น ถ้าคุณคิดจะลดรายจ่าย ก็แสดงว่าพอมีรายจ่ายบางรายการที่คุณมองว่าลดได้ ถ้าคุณคิดจะรีไฟแนนซ์ ก็อาจหมายถึง เครดิตการเงินที่ยังพอไปได้และแหล่งเงินที่พอเข้าถึง ถ้าคิดหารายได้เสริม ก็แสดงว่าคุณมีทักษะ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งช่องทางสร้างรายได้เพิ่มมาเคลียร์หนี้ได้

คน 2 คนเป็นหนี้คนละ 1 แสนบาทเหมือนกัน วิธีในการแก้ปัญหาอาจแตกต่างกันได้ ตามรายละเอียดปัญหา สถานะส่วนบุคคล ภาระการเงิน โอกาสและช่องทางเข้าถึงแหล่งเงิน เป็นต้น

การช่วยเหลือให้คำแนะนำแบบนี้ เป็นวิธีการที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบ เพราะต้องเปิดเผยข้อมูลที่อาจรู้สึกไม่สบายใจ แต่เป็นวิธีการที่ผมใช้และยึดปฏิบัติมาตลอด

เพราะถ้าให้คำตอบ ก็ต้องให้ไปเรื่อย เหมือนสอนให้ไม่รู้จักโต ไม่รู้จักรับผิดชอบตัวเอง แต่ถ้าใช้วิธีการโค้ชชิ่ง ผู้ที่มาขอคำปรึกษาจะยกระดับทักษะและความสามารถทางการเงินของตัวเองได้ อีกทั้งยังได้พัฒนาความคิดและจิตใจให้พร้อมสู้กับปัญหา ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนกว่า เพราะให้ความสามารถด้านการเงิน ไม่ได้ให้คำตอบ

ใครไม่ชอบวิธีการแบบนี้ ก็ไม่ต้องหลังไมค์ถามคำถามเข้ามานะครับ เดี๋ยวจะเสียอารมณ์เสียเปล่าๆ

แต่ถ้ามีปัญหา แล้วอยากใช้ปัญหานั้นเป็นโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาตัวเองให้เก่งเรื่องเงินขึ้น และพัฒนาความเชื่อมั่นให้ตัวเองว่าเราเก่งเรื่องเงินได้

ก็ติดต่อเข้ามาที่เฟซบุ๊ก TheMoney CoachTH ครับ

ข่าวอื่นๆ