สรุปเงื่อนไขลดหย่อนภาษีด้วยประกัน สำหรับปี 2560

วันที่ 07 พ.ย. 2560 เวลา 22:16 น.
สรุปเงื่อนไขลดหย่อนภาษีด้วยประกัน สำหรับปี 2560
โดย...ศิวัตม์ สิงหสุตกร นักวางแผนการเงินและที่ปรึกษาด้านประกันอิสระ

สวัสดีครับ เข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนอาจกำลังวางแผนภาษีกันอยู่ ส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นการเลือกใช้สิทธิประเภทต่างๆ ลดหย่อนภาษี ทั้งซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างประกันชีวิต หรือกองทุนรวม รวมถึงสิทธิลดหย่อนอื่น

อย่างไรก็ตาม การจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเหล่านั้นได้ จะมีเงื่อนไขรายละเอียดที่เราต้องปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้นอาจผิดเงื่อนไขโดยไม่รู้ตัว และอาจได้รับบทลงโทษจากกรมสรรพากรย้อนหลังได้ ซึ่งในส่วนของประกัน อย่างที่ทราบกันดีว่า ปี 2560 จะมีสิทธิลดหย่อนภาษีตัวใหม่เพิ่มเข้ามา คือสิทธิลดหย่อนภาษีด้วย ”ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง”

ในตอนนี้ผมจะขอสรุปเงื่อนไขการนำประกันมาลดหย่อนภาษี เพื่อให้เราลดหย่อนภาษีด้วยประกันได้ถูกต้องและสบายใจ สำหรับค่าเบี้ยประกันที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ปี 2560 คือ ประกันชีวิตแบบทั่วไป ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประกันสุขภาพให้บิดามารดา และประกันสุขภาพของตนเอง ดังนี้

เงื่อนไขลดหย่อนประกันชีวิตแบบทั่วไป ประเภทตลอดชีพ สะสมทรัพย์ ชั่วระยะเวลา และควบการลงทุน (ยูนิตลิงค์และยูนิเวอร์แซลไลฟ์ : ลดหย่อนได้เฉพาะค่าเบี้ยส่วนที่เป็นต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการทำประกันเท่านั้น)

1.กรมธรรม์ต้องมีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ประกันที่ออมระยะสั้นต่ำกว่า 10 ปี จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และถึงแม้เป็นประกันที่มีสัญญาคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่หากเรา “เวนคืน” กรมธรรม์ ก่อนกรมธรรม์จะมีอายุครบ 10 ปี จะถือว่าผิดเงื่อนไข เพราะการเวนคืนทำให้สัญญากรมธรรม์สิ้นสุดก่อนครบ 10 ปี

2.เป็นกรมธรรม์ที่ออกจากบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินกิจการในไทย (เป็นบริษัทต่างชาติก็ได้ แต่ต้องดำเนินธุรกิจในไทย)

3.ถ้ามีเงินปันผลและ/หรือเงินคืนระหว่างสัญญาเป็นรายปี เงินคืนเหล่านั้นแต่ละปีต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันปีนั้น หากเป็นเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น มีเงินคืนทุก 3 ปี หรือ 5 ปี เงินคืนปีนั้นต้องไม่เกินกว่า 20% ของเบี้ยประกันที่สะสมรวมกันช่วงนั้นเช่นกัน

4.สำหรับประกันชีวิตของตนเองลดหย่อนได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท (สามารถทำประกันที่จ่ายเบี้ยเกิน 1 แสนบาทได้ แต่นำมาลดหย่อนได้ไม่เกิน 1 แสนบาท)

5.สำหรับประกันชีวิตของคู่สมรส (ถ้ามี) จะสามารถนำค่าเบี้ยประกันคู่สมรสมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท โดยที่คู่สมรสต้องไม่มีรายได้และมีความเป็นสามีภรรยากันตลอดปี (ถ้าเพิ่งมาจดทะเบียนกันระหว่างปีก็ไม่สามารถใช้สิทธิได้)

เงื่อนไขลดหย่อนประกันชีวิตแบบบำนาญ

1.กรมธรรม์ต้องมีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายเงินบำนาญอย่างน้อยตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้น

2.เป็นกรมธรรม์ที่ออกจากบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย (จะเป็นบริษัทต่างชาติก็ได้ แต่ต้องดำเนินธุรกิจในไทย)

3.ลดหย่อนได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 2 แสนบาท และเมื่อรวมค่าเบี้ยกับเงินที่จ่ายเข้า RMFกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน (ถ้ามี) รวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 5แสนบาท

4.หากยังใช้สิทธิลดหย่อนของประกันชีวิตแบบทั่วไปไม่ครบ 1 แสนบาท สามารถใช้ค่าเบี้ยประกันบำนาญไปรวมกับสิทธิลดหย่อนของประกันชีวิตแบบทั่วไปให้ครบ 1 แสนบาท แล้วส่วนที่เหลือมาลดหย่อนในสิทธิลดหย่อนประกันชีวิตแบบบำนาญได้ (ดังนั้นหากไม่มีประกันชีวิตแบบทั่วไปเลย จะใช้สิทธิลดหย่อนค่าเบี้ยประกันจากประกันบำนาญได้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท (1 แสนบาท ในโควตาประกันชีวิตแบบทั่วไป และ 2 แสนบาท ในโควตาประกันชีวิตแบบบำนาญ)

เงื่อนไขลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพให้บิดามารดาของเราและของคู่สมรส

1.ลดหย่อนได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริง  แต่รวมกันแล้วของบิดามารดาทุกคนต้องไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท

2.ตัวเราต้องเป็นบุตรแท้ตามกฎหมาย (บุตรบุญธรรมใช้สิทธิไม่ได้)

3.บิดามารดาแต่ละคนต้องมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 3 หมื่นบาท

4.บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งต้องอยู่ในไทยไม่ต่ำกว่า 180 วัน ในปีภาษีนั้น

5.ต้องเป็นเบี้ยประกันในส่วนที่เป็นความคุ้มครองสุขภาพด้านใดด้านหนึ่งใน 4 ด้านนี้เท่านั้น ได้แก่

- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือจ่ายเงินชดเชย จากการเจ็บป่วยทั่วไป

- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือจ่ายเงินชดเชย จากกรณีอุบัติเหตุ

- คุ้มครองกรณีที่เป็นโรคร้ายแรง

- เป็นการประกันภัยแบบดูแลระยะยาว (Long Term Care)

6.หากเป็นบิดามารดาของคู่สมรส คู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้เลยในปีภาษีนั้น ร่วมกับเงื่อนไขเดียวกับบิดามารดาของตัวเราเอง

7.ถ้ามีการร่วมจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพให้บิดามารดาระหว่าง พี่น้องพี่น้องแต่ละคนจะลดหย่อนเบี้ยได้ตามค่าเบี้ยที่เฉลี่ยตามจำนวนพี่น้องที่ร่วมจ่ายค่าเบี้ยนั้น เช่น ค่าเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท รวมกันจ่ายระหว่างพี่น้อง 2 คน ก็ลดหย่อนได้คนละ 7,500 บาท

เงื่อนไขลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพของตนเอง

เงื่อนไงของค่าเบี้ยประกันสุขภาพของตัวเราที่จะนำมาลดหย่อนภาษียังไม่ได้ประกาศเป็นกฎหมายชัดเจน แต่เบื้องต้นต้องเป็นค่าเบี้ยประกันที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตในโควตาค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนเงื่อนไขอื่นคาดว่าจะใช้ตามเงื่อนไขค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา โดยเฉพาะเงื่อนไขความคุ้มครอง แต่ต้องรอประกาศเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนในกฎหมายอีกครั้ง

ทั้งหมดนั่นคือเงื่อนไขค่าเบี้ยประกันที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ในปี 2560 นี้ อย่างไรก็ตาม อยากฝากไว้ว่า การที่เราจะลดหย่อนภาษีด้วยค่าเบี้ยประกัน เราควรเริ่มต้นจากการวางแผนประกัน ทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพให้เรียบร้อยก่อน จะเหมาะสมกว่าเริ่มต้นจากการอยากจะลดหย่อนภาษีเป็นหลัก

เพราะอย่างไรเสีย เราควรทำประกันเพื่อเน้นคุ้มครองความเสี่ยงมากกว่าลดหย่อนภาษี และที่สำคัญเราควรวางแผนเนิ่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงปลายปีถึงจะค่อยมาวางแผนก็น่าจะเหมาะสมกว่าเช่นกันครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต