รู้จัก... เงินดิจิทัล เงินของโลกอนาคต ที่เกิดขึ้นแล้ว

วันที่ 10 ก.ย. 2559 เวลา 08:43 น.
รู้จัก... เงินดิจิทัล เงินของโลกอนาคต ที่เกิดขึ้นแล้ว
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์ sawaleet@posttoday.com

ตลอด 13 ปี นับตั้งแต่บทความแรกก็มีแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะตั้งคำถามว่า “เงินคืออะไร” และ “อะไรคือเงิน” เพราะทุกครั้งที่ล้วงไปในกระเป๋าแล้วเจอ ธนบัตร หรือ เหรียญกษาปณ์ เราจะรู้ทันทีว่า “มันมีค่า” แม้ว่า จะเป็นแค่กระดาษสี่เหลี่ยมกับโลหะกลมๆ

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง เงินแบบนี้ ที่เรียกว่า “เงินกระดาษ” (Fiat money) ไม่ได้มีค่าในตัวเอง แต่เป็นเพราะรัฐบาลประกาศให้เป็น “เงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย” เราก็เลยเชื่อและยอมรับว่ามันมีค่า

และโดยมากแล้วเงินกระดาษของประเทศไหนก็มักจะได้รับการยอมรับว่า มีค่าเฉพาะในประเทศนั้น เพราะถ้ามีคนเอาเงินของประเทศที่เราไม่รู้จักมาซื้อของจากเรา เราก็คงไม่กล้ารับกระดาษพวกนั้นไว้ เพราะไม่มั่นใจว่า มันจะมีค่าจริงไหม

นอกจากนี้ แม้จะเป็นระบบเงินกระดาษ แต่เงินอาจจะไม่ใช่อะไรที่จับต้องได้เสมอไป

เพราะเงินอาจจะเป็นแค่ “ตัวเลข” ที่มองเห็น รู้ว่ามีอยู่ แต่จับต้องไม่ได้ เช่น การใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต โอนเงินกันไปมา หรือ เงินที่ถูกบันทึกมูลค่าอยู่ในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ใช่กระดาษ ซึ่งรูปแบบนี้เราเรียกว่า “เงินอิเล็กทรอนิกส์” (e-money) เช่น บัตรรถไฟฟ้า ที่ต้องเติมเงินเข้าไปในบัตรจากนั้นก็ใช้บัตรแทนที่จะใช้เงินกระดาษ

แต่ทุกวันนี้เรามีเงินอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรียกว่า “เงินดิจิทัล” (Digital money) ซึ่งว่ากันว่า นี่คือเงินแห่งโลกอนาคต เงินที่จะเข้ามาเปลี่ยนระบบการเงินของโลก

เงินดิจิทัล เป็นเงินที่ถูกสร้างและอยู่ภายใต้การดูแลของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ไม่ใช่รัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง และไม่มีการพิมพ์ออกมาแบบเงินกระดาษ เพราะใช้หมุนเวียนกันอยู่ในโลกออนไลน์ (แต่ก็สามารถนำมาแลกเป็นเงินกระดาษได้ด้วย)

แม้ว่าในปัจจุบัน “เงินดิจิทัล” จะยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ “เงินกระดาษ” ได้ แต่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2559 เงินดิจิทัลมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 12,237,873,587 เหรียญสหรัฐ จากทั้งหมด 770 สกุลเงิน

ในจำนวนนี้ สกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ บิทคอยน์ (Bitcoin) โดยมีมูลค่าตลาดรวม 9,865 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 80.5% ของมูลค่าตลาดรวม

 

เงินดิจิทัล... มันดีแบบนี้นี่เอง

ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ประเทศไหน ก็สามารถใช้เงินดิจิทัลได้ ถ้าเราเชื่อว่า มันมีค่า ทำให้เงินดิจิทัลจะได้รับการยอมรับและใช้แลกเปลี่ยนกันอยู่ในกลุ่มที่กระจายกันอยู่ทั่วโลก (ซึ่งจะใหญ่ หรือ เล็ก ก็ขึ้นอยู่กับความนิยมในตัวเงินสกุลนั้น)

ถ้าจะให้บอกว่า เงินดิจิทัลเอาไปใช้อะไรได้บ้าง คงใช้เวลากันอีกนาน เพราะแต่ละสกุลเงินก็อาจจะเอาไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่โดยมากก็มักจะเป็นธุรกรรมการเงินในโลกออนไลน์

แต่ถ้าเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับมากๆ อย่าง บิทคอยน์ จะไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในโลกออน์ไลน์เท่านั้น เพราะในปัจจุบันเราสามารถนำบิทคอยน์ไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้หลายอย่าง เช่น ซื้อบัตรของขวัญของห้างสรรพสินค้า บัตรเงินสด เติมเงินโทรศัพท์มือถือ จ่ายค่าสินค้าสำหรับการช็อปปิ้งออนไลน์ และอื่นๆ (สำหรับบริการในไทยเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.coins.co.th)

นอกจากการชำระเงินแบบออนไลน์แล้ว ในบางประเทศเราสามารถนำบิทคอยน์ไปซื้อสินค้าได้ที่หน้าร้าน เช่น ร้านกาแฟ รถยนต์ แซนด์วิช วัตถุโบราณ งานศิลปะ จองตั๋วเครื่องบิน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์

แต่ที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคนบนโลกมากที่สุด คือ “การโอนเงิน” เพราะเราสามารถโอนเงินไปให้ใคร อยู่ที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสูงเหมือนกับการโอนเงินด้วยวิธีการอื่นๆ แถมยังได้รับเงินเร็วขึ้นด้วย

เงินดิจิทัล... หาได้แบบนี้นี่เอง

วิธีหาเงินดิจิทัลก็ไม่ต่างจากการหาเงินกระดาษที่พวกเราทำกันอยู่

1. ทำงานแลกเงิน โดยในโลกออนไลน์จะมีเว็บไซต์ที่จะให้บิทคอยน์เป็นค่าจ้างในการทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้คนที่เข้ามาทำงานตามที่กำหนดไว้ เช่น แค่เข้ามาอ่านข้อมูลนิดๆ หน่อยๆ ก็จะได้รับบิทคอยน์ไปง่ายๆ

2.ทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล เหมือนกับทำเหมืองขุดทองเพื่อให้ได้ทอง คนที่ทำเหมืองขุดบิทคอยน์ก็จะได้บิทคอยน์ แต่ถ้าจะให้อธิบายตรงนี้น่าจะเรื่องยาว และถ้าจะใช้วิธีนี้ก็ต้องมีการลงทุนลงแรงมากหน่อย

3. เอาเงินกระดาษไปแลกเงินดิจิทัล วิธีนี้ง่ายและไม่ต้องทำอะไร แค่มีเงินกระดาษก็สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเงินดิจิทัล ผ่านผู้ให้บริการ (ในต่างประเทศมีตู้เอทีเอ็มสำหรับเปลี่ยนเงินกระดาษเป็นเงินดิจิทัลได้ทันที)

4.กำไรจากค่าเงิน เพราะมูลค่าของเงินดิจิทัลก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้เหมือนเงินกระดาษ เพราะฉะนั้นการถือบิทคอยน์เอาไว้เฉยๆ อาจจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นก็ได้ ซึ่งในปีแรกๆ ที่บิทคอยน์เกิดขึ้นมีมูลค่าไม่ถึง 1 เหรียญสหรัฐ แต่เวลาผ่านไป 5 ปี ตอนนี้อยู่แถวๆ 620 เหรียญสหรัฐ

แต่ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินดิจิทัลด้วยวิธีการไหนก็ต้องเริ่มจากมี “กระเป๋าเงิน” ไว้รับเงิน ซึ่งในประเทศไทยเริ่มมีผู้ให้บริการกระเป๋าเงินบิทคอยน์บ้างแล้ว

เงินดิจิทัล... เสี่ยงแบบนี้นี่เอง

แม้จะมีข้อดีอยู่มาก แต่ต้องยอมรับว่า “เงินดิจิทัล” ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง และอาจจะมากกว่าเงินกระดาษด้วย เพราะ...

มีความเสี่ยงเรื่องการกำกับดูแล เนื่องจากหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยยังไม่ได้รับรองให้เป็นสกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมาย

มีความเสี่ยงด้านราคา จะเห็นได้ว่า ราคาซื้อขายบิทคอยน์ (รวมทั้งเงินดิจิทัลสกุลอื่นๆ) จะผันผวนค่อนข้างมาก

มีความความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นโจรไฮเทคที่่จ้องจะแฮ็กข้อมูลเพื่อขโมยเงินดิจิทัล หรือ โจรกระจอกที่เอาเรื่องเงินดิจิทัลมาเป็นตัวละครใหม่ในนิทานเรื่อง “แชร์ลูกโซ่”

เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะใช้ประโยชน์ของเงินดิจิทัล ควรต้องระมัดระวังความเสี่ยงเหล่านี้ไว้สักหน่อย