วิริยะกวาดเบี้ยหมื่นล้านบาท

วันที่ 07 มิ.ย. 2560 เวลา 07:39 น.
วิริยะกวาดเบี้ยหมื่นล้านบาท
วิริยะเผย 4 เดือนทำยอดขายทะลุหมื่นล้าน โต 7% ผลลูกค้าเก่าหวนคืน ลูกค้าใหม่เพิ่ม

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า 4 เดือนแรกบริษัทมียอดขายประกันภัยรับรวม 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 7% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะโตประมาณ 3% และคาดว่าครึ่งปีแรกจะมีเบี้ยรับรวม 1.6 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการเติบโตของเบี้ยรับรวมนี้ มาจากลูกค้าเก่าต่ออายุสูงขึ้น และมีลูกค้าเก่าที่เคยไปทำประกันภัยกับบริษัทอื่นก็ได้กลับมาด้วย รวมถึงได้ลูกค้าใหม่จากประกันภัยรถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่ซื้อรถผ่านสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทเพิ่มขึ้น เช่น รถมาสด้า รถฟอร์ด แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น

นายสยม กล่าวว่า การที่ลูกค้าเก่าต่ออายุเพิ่มขึ้นและคนที่เคยออกไปกลับมา และสถาบันการเงินมีการส่งลูกค้าให้บริษัท เพราะระบบการให้บริการสินไหมของบริษัทมีการพัฒนาขึ้นมาก อย่างลูกค้าซ่อมห้าง จะใช้ระบบเคลมออนไลน์อีเอ็มซีเอส และการออกไปสำรวจภัยจะเร็วเพราะได้ทำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่ม และเสริมจุดบริการบริเวณรอยต่อระหว่างเขต ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น

ขณะที่การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในช่วง 5 เดือนแรก มีทั้งหมดกว่า 3 แสนเคลม เป็นเงินกว่า 7,400 ล้านบาท ซึ่งได้จ่ายไปแล้ว 3,600 ล้านบาท ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการจ่าย

"ค่าเฉลี่ยต่อเคลมของเราเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ค่าซ่อมและค่าแรงเพิ่มขึ้น 5% เพราะการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงานส่วนหนึ่ง ทำให้มีความแม่นยำกับต้นทุนที่แท้จริง" นายสยม กล่าว

นายสยม กล่าวว่า บริษัทพยายามที่จะปรับธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่พัฒนา ไปอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยเป็นบริษัทที่มีบุคลากรจำนวนมาก ทำให้การปรับเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยบริษัทเลือกที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้กับการให้บริการลูกค้าก่อนเป็นลำดับแรก คือ การให้บริการสินไหมทดแทน ภายใต้ชื่อ วิริยะสมาร์ทเคลม ที่มีการจำลองแผนที่ในแต่ละพื้นที่ที่มีลูกค้าของบริษัทจำนวนมาก และเชื่อมกับระบบจีพีเอส ซึ่งจะทำให้เห็นว่าลูกค้าเกิดอุบัติเหตุที่จุดใด และพนักงานเคลมที่มีอยู่ทั่วประเทศเกือบ 1,300 คน อยู่ตรงจุดไหน โดยจะเลือกพนักงานที่อยู่ใกล้ที่สุดไปให้บริการทำให้ไปถึงลูกค้าได้เร็ว ซึ่ง 80% สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุได้ภายใน 20 นาที และพนักงานมีความปลอดภัยในชีวิตสูงขึ้น เพราะไม่ต้องเดินทางไกล