กลุ่มเอไอเอเผยปี'59 มูลค่าธุรกิจใหม่โต 28%

วันที่ 26 ก.พ. 2560 เวลา 23:30 น.
กลุ่มเอไอเอเผยปี'59 มูลค่าธุรกิจใหม่โต 28%
กลุ่มบริษัทเอไอเอเผยปี'59 มูลค่าธุรกิจใหม่โต 28% จากอัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่ กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 15%  

นายมาร์ค ทัคเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ  เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2559  สามารถบรรลุเป้าหมายทั้งในด้านกำไรของธุรกิจใหม่ มีรายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มีเงินสดสำรองสำหรับใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง และสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นได้ โดยมีตัวเลขที่โดดเด่น คือมูลค่าของธุรกิจใหม่ที่เติบโต 28% การเติบโตของผลกำไรที่สม่ำเสมอทุกปี ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการความสามารถในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค การมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นสูง รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจที่มีคุณภาพสูงและยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้เสนอจ่ายเงินปันผลของปี 2559 ในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น 25% หรือเท่ากับ 63.75 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากปี 2558 การจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มสูงขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลดำเนินงานทางการเงินที่ยอดเยี่ยม และเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัทเอไอเอ

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอดำเนินธุรกิจในเอเชียมาเกือบหนึ่งศตวรรษแล้ว โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและประชากรศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเป็นโอกาสที่วิเศษมากสำหรับอุตสาหกรรมประกันชีวิตในเอเชีย

"หนึ่งในผู้ได้รับโอกาสนี้ก็คือเอไอเอ จากการที่มีช่องทางจำหน่ายที่สามารถเข้าได้ทั่วถึง มีแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีความแข็งแกร่งทางการเงิน และความสามารถของพนักงานและตัวแทนมืออาชีพ ล้วนช่วยให้ได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ"นายมาร์ค กล่าว

นายมาร์ค กล่าวว่า กลุ่มเอไอเอ เริ่มต้นปี 2560 ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยตัวเลขการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ มีลำดับความสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยการตอบสนองความต้องการทางการเงินในระยะยาวของลูกค้าผ่านกรมธรรม์และบริการ ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่จะสร้างความเติบโตของผลกำไรและมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น เช่นเดียวกับที่ช่วยให้ลูกค้ามีอายุที่ยืนยาวขึ้น มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนสามารถวางแผนอนาคตที่สดใสมากขึ้น

ทั้งนี้ ปี 2559 ที่ผ่านมา มีผลการดำเนินงานสิ้นสุด 30 พ.ย.2559 กลุ่มเอไอเอ  มูลค่าธุรกิจใหม่ขยายตัว 28% หรือเท่ากับ 2,750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9.79 หมื่นล้านบาท เมื่อคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ณ วันที่ 30 พ.ย.2559 ซึ่งอยู่ที่ 35.619 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 

สำหรับ เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเพิ่มขึ้น 31% หรือเท่ากับ 5,123 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.82 แสนล้านบาท อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) คิดเป็น 52.8%  มีกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ตามมาตรฐานการรายงานบัญชีสากล IFRS 3,981 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 15% หรือ 1.41 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ มีรายได้จากการดำเนินงานตามมาตรฐานการรายงานบัญชีสากล IFRS ต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 15% หรือเท่ากับ 33.25 เซ็นต์สหรัฐ มีมูลค่าธุรกิจในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน  (EV) เพิ่มขึ้น 19% หรือเท่ากับ 5,887 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.09 แสนล้านบาท มีผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่เกี่ยวกับมูลค่าธุรกิจในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (ROEV) เพิ่มขึ้น 15.4%

นอกจากนี้ ยังมีสถานะเงินสดหมุนเวียนที่แข็งแกร่งและมีเงินทุนที่มั่นคงโดยมีเงินสดสำรองสำหรับใช้จ่ายเป็นมูลค่า 4,024 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 11% หรือ 1.43 แสนล้านบาท มีเงินสดหมุนเวียนส่วนเกิน รวม 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.49 แสนล้านบาท มีอัตราส่วนของการดำรงเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติบริษัทประกันชีวิตฮ่องกงของเอไอเอ มีสัดส่วนเท่ากับ  404% 

บทความแนะนำ