การเมืองไม่ใช่อุปสรรคในการออมเงิน

วันที่ 13 พ.ย. 2556 เวลา 19:53 น.
การเมืองไม่ใช่อุปสรรคในการออมเงิน
โดย...วารุณี อินวันนา

การนัดรวมตัวชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เพื่อประกาศก้องว่าไม่เห็นด้วยกับ “พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” ที่พรรคเพื่อไทยดันผ่านสภาผู้แทนราษฎรในคืนวันฮาโลวีน หรือ วันปล่อยผีของฝรั่ง ทำให้คนไทยตกใจกันทั้งประเทศ ถึงวันนี้เป้าประสงค์ของการชุมนุมได้ยกระดับขึ้นไปสู่การขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการซื้อประกันชีวิต ซึ่งเป็นเครื่องมือในการออมเงินระยะยาว และความคุ้มครองชีวิต

พัชรา ทวีชัยวัฒนะ
พัชรา ทวีชัยวัฒนะ

พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต หรือ AZAY กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมือง ยังไม่กระทบกับตลาดประกันชีวิต อาจจะเป็นเพราะประชาชนมองว่าการออม และความคุ้มครอง เป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต เมื่อตัดสินใจและวางแผนที่จะออมแล้ว ก็จะทำตามแผน ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่มีผลทำให้ยกเลิกการทำประกันชีวิต

ทั้งนี้ เชื่อว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ ประชาชนจะยังซื้อประกันชีวิตเพื่อการออมในระยะยาว และสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว รวมทั้งซื้อเพื่อนำไปวางแผนภาษีประจำปีเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะเป็นฤดูกาลที่ขายประกันได้มากกว่าทุกไตรมาส คิดเป็นสัดส่วน 40% ของยอดขายใหม่ทั้งปี

บุษรา อึ๊งภากรณ์
บุษรา อึ๊งภากรณ์

สอดคล้องกับความเห็นของ บุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย ที่มั่นใจว่า ธุรกิจประกันชีวิตสิ้นปี 2556 นี้ จะมีอัตราการเติบโตสูงตามเป้าหมายที่สมาคมฯประมาณการไว้ที่ 17.3% หรือเบี้ยรับรวม 4.59 แสนล้านบาท  ซึ่งได้รวมปัจจัยทางการเมืองไว้แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไม่กระทบต่อธุรกิจในระยะสั้น

วรางค์ ไชยวรรณ
วรางค์ ไชยวรรณ

วรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ปัจจัยการเมืองไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันในขณะนี้ เพราะทางเลือกของการลงทุนที่สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต และยังเป็นช่วงที่ประชาชนให้ความสำคัญกับการซื้อประกันชีวิต เพื่อการออมและนำไปลดหย่อนภาษี

อานนท์ วังวสุ
อานนท์ วังวสุ

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย  กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันภัยของประชาชนเพิ่มขึ้น หรือ ลดลง เพราะประกันภัยเป็นเรื่องของความคุ้มครองที่ทุกคนต้องการไว้เป็นการสร้างหลักประกัน เมื่อตัดสินใจจะซื้อก็จะซื้อ ถ้ายังไม่พร้อมก็จะยังไม่ซื้อ ไม่เหมือนประกันภัยน้ำท่วม ที่พอเห็นว่าน้ำจะมาท่วมบ้านแล้วจะวิ่งหาประกันภัย โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัยไว้ที่ระดับ 15% เหมือนเดิม หรือคิดเป็นเบี้ยประมาณ 2.05 แสนล้านบาท

“การชุมนุมทางการเมืองจะไม่มีความรุนแรง เพราะได้เรียนรู้จากอดีตแล้วว่าความรุนแรงไม่มีอะไรดี ซึ่งจะต้องหันหน้ามาคุยกัน เพราะถ้ายืดเยื้อจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เมื่อนักลงทุนไม่ขยายการลงทุนหรือหยุดการลงทุน ถึงจะกระทบกับประกันภัย” อานนท์ กล่าว

ทั้งนี้ การออมเงิน การสร้างหลักประกันให้กับชีวิต และทรัพย์สิน เป็นการสร้างเกราะป้องกันเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยมีบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัย เข้ามาชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจเพื่อประคองให้คนในครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อไปได้