สัปดาห์ของเงินเฟ้อ

วันที่ 27 มิ.ย. 2565 เวลา 06:01 น.
สัปดาห์ของเงินเฟ้อ
เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.25-35.85 ในสัปดาห์นี้ ตลาดจะเฝ้ารอดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ หลังจากเงินเฟ้อสหรัฐขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money…week) โดย...ภาณี กิตติภัทรกุล, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.25-35.85 ในสัปดาห์นี้ ตลาดจะเฝ้ารอดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ หลังจากเงินเฟ้อสหรัฐขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ดัชนีนี้เป็นเครื่องชี้เงินเฟ้อที่เฟดจับตาดู และเฟดได้ปรับประมาณการดัชนีสำหรับปีนี้ขึ้นไปอยู่ที่ 5.2% นอกจากนี้ยุโรปจะออกตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน หลังจากเดือนพฤษภาคมได้ขึ้นไปจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ด้านประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีประกาศตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดสำหรับเดือนพฤษภาคม หลังจากที่ขาดดุลมากในเดือนก่อนหน้าที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาพรวมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 20-24 มิถุนายน 2022 เงินบาทปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าจากท่าทีการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางเงินทุนไหลออกจากทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ทางด้านกระทรวงการคลัง ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอให้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างใกล้ชิด และขอให้ดูค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ในขณะที่ ธปท. เปิดเผยรายงานการประชุม กนง. ส่งสัญญาณเตรียมขึ้นดอกเบี้ย พร้อมระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยที่ล่าช้าจะสร้างต้นทุนกับเศรษฐกิจไทย ในขณะที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าคาด จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเตรียมยกเลิกไทยแลนด์พาสสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ พร้อมยกเลิกการสวมมาส์กในพื้นที่เปิด ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ การส่งออกไทยในเดือนพฤษภาคมขยายตัวดีกว่าคาด เช่นเดียวกับการนำเข้า กดดันให้ดุลการค้าขาดดุลมากกว่าคาดการณ์

ด้านสหรัฐฯ กำลังเผชิญความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ด้านเฟด โพเวลยืนยันว่าจะขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอลง และยอมรับว่ามีโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตาม โพเวลระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งแม้การเติบโตจะชะลอลง และรองรับการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้ ทั้งนี้ โพเวลคาดงบดุลจะลดลง 2.5-3.0 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่สมาชิกเฟดออกมาสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านพุ่งแตะ 5.81% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 ท่ามกลางการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในขณะที่ยอดการขายบ้านสหรัฐฯ หดตัว ด้านไบเดนพยายามแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อเช่นเดียวกัย โดยเสนอให้ยกเว้นภาษีน้ำมัน และเรียกร้องให้บริษัทผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ในขณะที่คณะทำงานของไบเดนกำลังพิจารณาการปรับลดภาษี เพื่อลดเงินเฟ้อนำเข้า ด้านเจเน็ต เยลเลน ย้ำคำพูดไบเดน ระบุว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดยุโรป-รัสเซีย ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากอียูประกาศให้สถานะผู้สมัครเข้าร่วมกับยูเครน ในขณะที่ลิธัวเนียปิดเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าจากรัสเซียไปคาลินินกราด ซึ่งเป็นการปิดกันการส่งออกสินค้าของรัสเซียผ่านทางทะเลบอลติก โดยรัสเซียออกมาเตือนลิทัวเนียถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา ในขณะที่เยอรมันกำลังเผชิญกับการขาดแคลนก๊าซ จากการที่รัสเซียลดการส่งก๊าซ ในขณะที่สหรัฐฯ และจีนตึงเครียดรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าช่องแคบไต้หวันไม่ใช่ของจีน

ธนาคารกลางหลายประเทศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในระยะถัดไป โดยลาการ์ด ย้ำอีซีบีจะขึ้นดอกเบี้ยตอนเดือนกรกฎาคม และมองเศรษฐกิจจะยังขยายตัวได้ อย่างไรก็ตาม บีโอเจยืนยันคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง พร้อมคงการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าเหนือระดับ 135 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยบีโอเจระบุว่าจะให้ความสำคัญกับค่าเงินเยน แต่ยังคงยึดมั่นการซื้อพันธบัตรแบบไม่จำกัดต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงย้ำความผันผวนที่มากของค่าเงินเยนไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ และจะจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากมีความจำเป็น บีโอเจจะร่วมมือกับรัฐบาลในการหาทางออก ในขณะที่ธนาคารจีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอัตราดอกเบี้ย 1 ปี และ 5 ปี ซึ่งตอนนี้ธนาคารกลางจีนเองกำลังอยู่ในช่วงเฝ้าดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากที่ปิดเมืองก่อนหน้านี้ ในขณะที่ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นที่เสินเจิ้นทำให้มีการปิดเมืองเพื่อตรวจหาเชื้อ

เงินบาทปิดตลาดที่ 35.48 ในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ เวลา 17.00 น.

ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจหลักปรับตัวลดลงจากความกังวลที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งยูโรโซนที่ประกาศตัวเลข PMI Manufacturing ลดลงจาก 54.6 เป็น 52.0 ในเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 53.0 ขณะที่ PMI Services ลดลงจาก 56.1 เป็น 52.8 และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 55.5 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนรัฐบาลของเยอรมนีอายุ 10ปี ปรับตัวลดลงมากกว่า 30 bps จากต้นสัปดาห์ มาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1.45% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงประมาณ 18 bps มาซื้อขายแถวบริเวณ 3.10% โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ถ้อยแถลงของคุณโพเวลที่แสดงจุดยืนสำคัญต่อการควบคุมระดับของเงินเฟ้อ รวมถึงยอมรับว่ามีโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ผ่านตัวเลข spread ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2ปีกับ 10ปี (UST 2-10Y Spread) ที่ปรับตัวแคบลงมาอยู่แถวบริเวณ +8 bps เท่านั้น

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงในลักษณะที่ความชันของเส้นอัตราผลตอบแทนมีความชันลดลงขึ้น โดยช่วง 1-2 เดือนมานี้เริ่มเห็นแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศกลับมา สวนทางกลับกระแสของเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดตราสารหนี้เป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน พร้อมกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าแตะระดับ 35.50 บาท ซึ่งประเด็นนี้อาจเป็นปัจจัยกดดันให้ทางกนง.ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของเงินทุนไหลออก โดยกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลออกจากตลาดตราสารหนี้เป็นมูลค่าสุทธิประมาณ 10,274 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 1,532 ล้านบาท ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 1,763 ล้านบาทและมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 6,979 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2565 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.10% 1.75% 2.05% 2.47% 2.71% และ 2.92% ตามลำดับ