จับความที่สำคัญมาก ๆ จากงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ

วันที่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 06:47 น.
จับความที่สำคัญมาก ๆ จากงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ
กลยุทธ์ที่มีแต่เป้าหมายหากขาดการทำให้เกิดขึ้นจริงมันก็เป็นได้แค่ฝัน การลงมือทำคือสิ่งที่ประเทศเรา สังคม เศรษฐกิจ การขับเคลื่อนเราต้องการมากที่สุดยามนี้

คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่าย ๆ ตอนที่ 49/2564 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

ในเวลาที่เรากำลังจะเดินผ่านปีเก่าไปสู่ปีใหม่ ปีที่เราวาดหวังว่า จะเป็นปีที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะทยอยกลับมา มีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายเพิ่มขึ้นภายในข้อจำกัดที่ต้องรับสภาพตามเงื่อนไขสาธารณสุข จากบทความต่าง ๆ ของฟากฝั่งองค์กรที่ดูแลระบบเศรษฐกิจต่างก็ระบุเอาไว้น่าสนใจว่า

1. เศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มได้อย่างชัดเจนกลางปี 2565 เป็นต้นไป

2. ระดับของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะกลับมาถ้าจะพอ ๆ กับปี 2562 คือ ระดับก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น่าจะเป็นปลายปี 2566 หรือช่วงไตรมาสแรกปี 2567

3. ในปี 2565-2566 จะเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยน ปีแห่งการก้าวข้ามข้อจำกัดในการทำธุรกิจแบบเดิม ปีของการมุ่งไปสู่การทำงานบนเทคโนโลยี?ดิจิทัล ปีแห่งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างขนานใหญ่

ข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือ ข้อมูลการสะท้อนมาจากคนค้าขายตัวจริง ในงานสัมมนาของหอการค้าทั่วประเทศปีนี้ มีการสะท้อนความคิด ทิศทาง และความคาดหวังที่ชัดเจน การก้าวเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมในการส่งเสียง ลงแรง ให้กำลังใจสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชนด้วยกัน ก็คือการมีส่วนร่วมแบบสร้างสรรค์คล้าย ๆ Constructive Engagement ในวิธีการทางการฑูต ตัวอย่างของเนื้อหาที่นำเสนอออกมาที่ควรนำมาเสนอต่อท่านผู้อ่านได้ลองคิดและมองภาพตามดังนี้ครับ

1. โอกาสด้านการท่องเที่ยว ในปี 2562 ประเทศไทยเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 40 ล้านคน สร้างรายได้ถึง 2.2 ล้านล้านบาท ถัดจากนั้นเพียงปีเดียวในปี 2563 การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด และในปีนี้ปี 2564 ตั้งแต่เดือน มกราคม - กันยายน ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาไทยเพียง 85,000 คน  จากการเปิดประเทศที่ผ่านมา

ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ตั้ง สมมติฐานว่าในเดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคม 2564 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเดือนละ 3 แสนคน ประกอบกับคนไทยก็ได้ออกมาท่องเที่ยวในประเทศกันอย่างคึกคักมากขึ้น จึงเชื่อว่าในปีนี้จะทำให้ GDP อาจเติบโตได้ถึง 1.5% หากสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น ททท. คาดว่า ปี 2565 ประเทศไทยจะมีโอกาส เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาเกือบ 10 ล้านคน (ผู้เขียนเห็นว่าตัวเลขนี้เป็นฝันที่ยิ่งใหญ่ เป็นตัวเลขที่มากกว่าสถาบันวิจัยหลาย ๆ แห่ง) ประธานสภาหอการค้าฯ ระบุต่อไปว่า หลังจากนี้ ทุกคนต้องช่วยกันสร้างการท่องเที่ยวคุณภาพสูง Quality Tourism และจากการจัดอันดับ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นเมืองแห่งการ Workation เหมาะสมที่สุด สำหรับเป็นที่ทำงานและพักผ่อนไปด้วย ตรงกับที่ Mr. Brain Chesky CEO Air BNB มองพฤติกรรมของคน หลังจากนี้ว่า People are traveling any time คนจะเที่ยวได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องรอวันหยุด People are traveling everywhere. คนจะเที่ยวได้ทุกพื้นที่ ไม่จำกัดแต่เฉพาะในเมือง People are staying longer. คนจะอยู่แต่ละที่นานมากขึ้น สอดคล้องกับหอการค้าไทย ที่เราได้ชูและขับเคลื่อน Happy Model พร้อมผลักดันแนวคิด ไทยเท่ ที่ได้ดำเนินกันมาตั้งแต่สมัยประธานฯ คนก่อน

2. ความท้าท้ายด้านเทคโนโลยี Mind Set เดิม ๆ ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะ เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ Internet of Things แต่เป็น Internet of Everything ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การสื่อสาร การเงิน การค้าขาย การท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันอยู่บน Platform Online ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ตํ่า

ทั้งนี้ เราต้องยอมรับว่า นี่คือโลกของยุคคนรุ่นใหม่ ที่จะใช้เทคโนโลยีมาเสริมการให้การขับเคลื่อนประเทศ ฉะนั้น ในปีหน้าปี? 2565 หอการค้าไทย จะเน้นการเพิ่มบทบาทของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ หากคนรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่ ได้ทำงานเสริมซึ่งกันและกัน โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่เดิมซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็จะเกิดพลังมหาศาลในการขับเคลื่อนองค์กร ช่วยกันพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน เพราะนี่คือ การ Connect the Dots…. Design the Future ของพวกเราทุกคน

3. ประธานหอการค้าฯ สื่อสารข้อความสำคัญที่ว่า ต่อจากนี้ไปเราจะมัวแต่วาง strategy อย่างเดียวคงไม่พอ execution จะเป็นตัวตอบโจทย์ เพราะเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ใช่แค่โควิด-19 เท่านั้น แต่ไข้หวัดนกก็ส่อแววระบาดซํ้าอีก จะเห็นได้ว่าทุกอย่างมีความผันผวนตลอดเวลา เราเรียกวิกฤตินี้ว่า VUCA  โดย  V-Volatility คือ ความผันผวนสูง U-Uncertainty คือ ความไม่แน่นอนสูง C-Complexity คือ ความซับซ้อนสูง และ A-Ambiguity คือ ความคลุมเครือสูง ฉะนั้น เราต้องปรับตัว และมองเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ในภายภาคหน้า

กลยุทธ์ที่มีแต่เป้าหมายหากขาดการทำให้เกิดขึ้นจริงมันก็เป็นได้แค่ฝัน การลงมือทำคือสิ่งที่ประเทศเรา สังคม เศรษฐกิจ การขับเคลื่อนเราต้องการมากที่สุดยามนี้  No Action Talk Only ในช่วงปีสองปีข้างหน้า ภาษาชาวบ้านคือ "อย่าหาทำ" ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ