เศรษฐกิจต้องพึ่งจิตใจ

วันที่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 08:02 น.
เศรษฐกิจต้องพึ่งจิตใจ
คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่าย ๆ ตอนที่ 18/2564 : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

ในท่ามกลางข้อมูลที่ไหลบ่า บ้างก็มีที่มา บ้างก็มาลอย บ้างก็อ้างว่ามาจากคุณหมอ บ้างก็ตั้งตนเป็นคุณหมอ (อาจมีปมว่าตอนนั้นเอ็นทรานซ์ (Entrance) ไม่ติดแพทย์ เลยสะกดจิตตัวเองให้เป็นคุณหมอตอนนี้ด้วยการแชร์ข่าวมั่ว) ก็ไม่ว่ากัน จนบรรยากาศตอนนี้ของประเทศที่เคยมีผู้ติดเชื้อรายวันเป็นเลขศูนย์อันดับต้นๆ ของโลกเมื่อหลายเดือนก่อนโน้น กลับมาเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุ 2,000 คนต่อวัน มีความตื่นตระหนกแต่ไม่ตระหนักถึงหน้าที่ของตนเอง ได้แต่โยนให้เป็นภาระสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ได้ดั่งใจก็ลงเฟซบุ๊ก... เคยถามตนเองหรือไม่ว่า ในยามนี้ท่านจะสร้างศึกสงครามบนโลกการสื่อสารกับใคร ใครเป็นอริราชศัตรูของเรา ไม่มีเลย... มันคือความกลัวของตัวเรา ก็ไหนว่าเราเป็นชาวพุทธ ร่ำเรียนมาว่า เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ล้วนเป็นอนิจจัง ความรู้ความตั้งใจตอนลาพักร้อน ช่วงวันหยุดไปปฏิบัติธรรมมันหายไปไหน เราทั้งหมดไม่ได้อยู่ในเรือลำเดียวกัน หากแต่เราอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน หากเรายังไม่มี วินัยและความเมตตาต่อกัน ยากที่จะหนีพ้นไปกับสงครามนี้ ที่สุดมันคือโศกนาฏกรรมร่วม

ผู้เขียนอยากให้ท่านผู้อ่านลองอ่านถ้อยความเหล่านี้ที่เป็นหลักยึดของมดงาน บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งชายและหญิงที่เป็นทหารราบแนวหน้า แล้วถามใจท่านๆ รวมถึงตัวผู้เขียนเองว่า ท่านเหล่านั้นมีวินัยและความรักความเมตตาต่อผู้คนไม่ว่า ยากดีมีจน จะนิสัยดีนิสัยเลว (บางคนต้องบอกว่าเลยชั่วไปหลายกิโลเมตร) จะมีตำแหน่งหรือไม่ อยู่หรือไม่ ผู้เขียนคิดว่า คุณหมอ คุณพยาบาล เวรเปล แม่บ้าน มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ถ้อยคำนั้นมีอยู่ว่า

ขอให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่งประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ลาภ ทรัพย์และชื่อเสียงก็จะตกแก่ท่านเองเมื่อท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์

ฉันไม่ต้องการให้พวกเธอเป็นคุณหมอเท่านั้นแต่ฉันต้องการให้พวกเธอมีความเป็นมนุษย์ด้วย

คุณลักษณะสำหรับการเป็นแพทย์นั้น คือ ความเชื่อถือไว้วางใจ

1. ท่านต้องมีความเชื่อในความสามารถของตนเอง คือ มีความมั่นใจ

2. ท่านต้องมีความไว้ใจระหว่างแพทย์กันเอง คือ ความเป็นปึกแผ่น

3. ท่านต้องได้รับความเชื่อถือจากคนไข้ของท่าน คือ ความไว้ใจของคณะชน

คุณสมบัติ 3 ประการนี้เป็นอาวุธ เกราะ และเครื่องประดับอันงามของแพทย์ การจะได้รับความไว้ใจของคนไข้ของท่าน ถือสุภาษิตว่า ใจเขา ใจเรา

กลับมาที่ระบบเศรษฐกิจไทย เครื่องยนต์ที่จะลืมตาอ้าปากได้คงจะมีแต่เรื่องการส่งออก เพราะประเทศใหญ่ๆ ต่างกลับมามีการเจริญเติบโตและหากประเทศเหล่านั้นตั้งหลัก และนำเข้าสินค้าไทยเราเพิ่มได้แล้วก็น่าจะทำให้ประเทศเราเติบโตได้พื้นๆ ก็ต้องมีว่า สัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) เติบโตได้สัก 2% ขึ้นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์พูดคุยกันในเวทีเสวนาของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Research Institute หรือ TDRI) ในส่วนการใส่เงินของภาครัฐในการเยียวยา การกระตุ้น การฟื้นฟูก็คงเป็นไปตามตัวเลขที่เปิดเผย คงเดินไปตามระบบราชการ (แบบบ่นๆ เบื่อๆ กันไป ซึ่งไม่ได้เป็นแต่ประเทศเราประเทศเดียว) และเราๆ ท่านๆ ที่เป็นคนส่วนใหญ่คงต้องเดินทางไปในอุโมงค์ที่มีปลายแสงสว่างอยู่ไกล กันอย่างน้อยก็จนถึงไตรมาส 3 ปี 2565 ดังที่มีคนพยากรณ์เอาไว้

ในการเดินทางร่วมกันของปวงชนชาวไทย จนตลอดรอดฝั่ง จะชั่วดีถี่ห่างก็ไทยด้วยกัน ชาวสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ได้ทำให้เห็นเป็นประจักษ์แล้ว เราๆ ท่านๆ ได้ทำในสิ่งที่เรียกกันว่าวินัยและความรักความเมตตาต่อกันแล้วหรือไม่อย่างไร เศรษฐกิจมีชีวิต ต้องพึ่งวินัย พึ่งความรักความเมตตาก็วันนี้แหละครับ