posttoday
เข้าใจวงจรธุรกิจ เพื่อลดการกู้เงิน

เข้าใจวงจรธุรกิจ เพื่อลดการกู้เงิน

15 ธันวาคม 2563

คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...กำพล สุทธิพิเชษฐ์

ทำอย่างไรเมื่อธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่เกิดขาดเงินหมุนเวียนขึ้นมา คำตอบแรกๆ ของคนส่วนใหญ่ก็คือ ไปกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินก็อยากจะให้กู้อยู่แล้ว เพราะเป็นธุรกิจหลักของสถาบันการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินได้ดอกเบี้ย คนที่จ่ายดอกเบี้ยก็คือ ธุรกิจนั่นเอง ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ธุรกิจก็จะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นในงบกำไรขาดทุน ถ้าสภาพคล่องดี มีรายได้เพิ่มมากกว่ารายจ่ายดอกเบี้ยก็รอดตัวไป ถ้ารายได้จากการเพิ่มสภาพคล่องไม่เพิ่ม จะทำอย่างไร เพราะดอกเบี้ยไม่ได้หยุดคิดตามไปด้วย ดังนั้น จะมีวิธีไหนที่จะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นยามเงินขาด โดยไม่มีภาระดอกเบี้ยหรือไม่ จะว่าไปแล้วก็พอจะมีวิธีอยู่บ้างครับ

ผู้บริหารธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ทำมาค้าขายเก่ง แต่ไม่ค่อยถนัดหรือใส่ใจกับการบริหารเงินควบคู่กันไป โดยคิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ดีกว่าคู่แข่ง ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง โดยไม่ได้สนใจการหมุนเวียนของเงินในกิจการเท่าที่ควร กล่าวคือ พอธุรกิจเงินหมุนเวียนไม่พอ แทนที่จะแก้ไขการบริหารเงินให้เกิดสภาพคล่องไม่ให้เงินขาดมือ กลับไปใช้วิธีการกู้ยืมเงินมาทดแทน ซึ่งแน่นอนเงินต้นมาพร้อมดอกเบี้ยเสมอ ธุรกิจก็จะมีภาระเพิ่มขึ้น และเมื่อรายได้เข้ามากลบไม่ทันก็เป็นเหตุธุรกิจไปไม่รอด ในที่สุดก็กลายเป็นหนี้เสียของสถาบันการเงิน

ดังนั้น เรามาเริ่มต้นจากการที่ว่าเงินขาดมือได้อย่างไร สาเหตุหลักๆ คือ เงินสดออกจากกิจการไป แล้วกลับเข้ามาไม่ทัน เลยทำให้ขาดเงิน ที่นี้เราก็มาดูต่อว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้เงินสดออกไป แล้วจะกลับมาไม่ทัน โดยเริ่มจากวันแรกธุรกิจมี เงินสด -> ซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ -> ผลิตสินค้าหรือบริการสำหรับจำหน่าย -> จำหน่ายสินค้าหรือบริการ -> เก็บเงินจากลูกค้า -> เงินสด นี้คือวงจรที่เงินสดออกไป แล้วกว่าจะกลับมาเป็นเงินสดของกิจการอีกครั้ง ซึ่งเรียกว่า วงจรการดำเนินงาน (Operating Cycle) ธุรกิจส่วนใหญ่ทุกธุรกิจ มีวงจรการดำเนินงานเป็นแบบนี้เหมือนกันหมด ดังนั้น หลักๆ ที่เงินของธุรกิจไปจมอยู่ก็คือ สินค้าคงคลัง (Inventory) และลูกหนี้การค้า (Account Receivable) ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้เราเรียกรวมกันว่า สินทรัพย์การค้า (Trading Assets)

จากวงจรการดำเนินงาน (Operating Cycle) ดังกล่าว เราสามารถดูความเสี่ยงของแต่ละธุรกิจได้ ความเสี่ยงของธุรกิจหลักๆ ก็คือ เงินที่ลงทุนลงแรงไป มันไม่กลับมา หรือกลับมาช้ากว่าที่คาดการณ์ เช่น เอาเงินสดไปซื้อวัตถุดิบมาผลิตสินค้า ก็ต้องมานั่งลุ้นแล้วว่าจะผลิตสินค้าสำเร็จหรือไม่ มีสินค้าที่เสียหายระหว่างการผลิตเยอะหรือไม่ เพราะมันเป็นเงินที่หายไป หลังจากผลิตเสร็จก็ต้องมานั่งลุ้นอีกว่าจะขายสินค้าได้หรือไม่ ถ้าขายเป็นเงินเชื่อก็ต้องมานั่งลุ้นอีกว่า ลูกหนี้การค้านั้นจะเอาเงินมาจ่ายคืนหรือไม่ เพราะจะได้มีเงินสดกลับเข้ามาที่บริษัท แต่ถ้าขายเป็นเงินสด ก็จบไป เพราะได้เงินกลับเข้ามาเลย ดังนั้น จะเห็นว่าธุรกิจที่ขายเป็นเงินสด จะเสี่ยงน้อยกว่าธุรกิจที่ขายเป็นเงินเชื่อ เพราะลุ้นน้อยกว่า กล่าวคือไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าลูกหนี้การค้าจะเบี้ยวหนี้หรือไม่ ในทำนองเดียวกัน ธุรกิจที่ซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาขายเลย ก็จะเสี่ยงน้อยกว่าธุรกิจที่ซื้อวัตถุดิบมาผลิตเพื่อขาย เพราะไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะผลิตสำเร็จหรือไม่ จะเสียหายระหว่างการผลิตเยอะหรือไม่

ธุรกิจที่มีสินค้าคงคลังเยอะ เราเรียกว่ามี ระยะเวลาการถือครองสินค้าคงคลัง (Inventory Day on Hand) นาน หรือมีลูกหนี้การค้าเยอะ ให้ระยะเวลาการขายเชื่อนาน เราเรียกว่ามี ระยะเวลาเรียกเก็บเงิน (Account Receivable Day on Hand) นาน ก็จะทำให้เงินสดที่ออกไปในวันแรก กว่าจะกลับเข้ามาในวันสุดท้ายนั้นนาน แสดงว่าธุรกิจนั้นมีวงจรการดำเนินงานที่ยาว ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจมีระยะเวลาการถือครองสินค้าคงคลัง 2 อาทิตย์ มีระยะเวลาเรียกเก็บเงิน 4 อาทิตย์ ดังนั้น วงจรการดำเนินงานของธุรกิจเท่ากับ 6 อาทิตย์ (วงจรการดำเนินงาน = ระยะเวลาการถือครองสินค้าคงคลัง + ระยะเวลาเรียกเก็บเงิน) ดังนั้น ถ้าธุรกิจใดมีวงจรการเนินงานที่ยาว ก็เท่ากับว่ามีเงินสดไปจมอยู่เยอะ ก็จะต้องการเงินหมุนเวียนในกิจการมากขึ้น ถ้าไม่มีเงินส่วนตัว ก็ต้องกู้มากขึ้น

แต่ธุรกิจก็ยังมีตัวช่วยนะครับ ซึ่งก็คือ เจ้าหนี้การค้า ถ้าใครซื้อวัตถุดิบหรือสินค้ามาด้วยเงินเชื่อ ก็จะมีเจ้าหนี้การค้ามาเป็นตัวช่วยครับ เพราะแทนที่เงินสดจะออกจากกิจการไปวันแรกเลย ก็ยังไม่ออก เพราะได้เทอมการชำระเงินจากเจ้าหนี้การค้า จะสั้นจะยาวก็อยู่ที่อำนาจในการต่อรองของแต่ละบริษัท ซึ่งเราเรียกว่า Spontaneous Financing บางตำราก็แปลว่าเงินทุนที่เกิดขึ้นเอง บางตำราก็แปลว่าเงินทุนที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าใครต้องซื้อสินค้าเข้ากิจการเป็นเงินสด ก็จะไม่มีตัวช่วยตัวนี้ เพราะเงินสดต้องออกจากกิจการในวันแรกเลย ถ้าธุรกิจได้เทอมจากเจ้าหนี้การค้า 4 อาทิตย์ ก็แสดงว่า ธุรกิจไม่ต้องจ่ายเงินสดในวันแรก แต่เงินสดจะออกจากกิจการในต้นอาทิตย์ที่ 5 แทน ระยะเวลาการชำระเงิน (Account Payable Day on Hand) จึงเป็นตัวช่วยสำคัญของธุรกิจในเรื่องเงินหมุนเวียนของกิจการ จากตัวอย่างเดิม ถ้าธุรกิจมีระยะเวลาการถือครองสินค้าคงคลัง 2 อาทิตย์ และมีระยะเวลาเรียกเก็บเงิน 4 อาทิตย์ รวมเป็น 6 อาทิตย์ แต่ถ้าธุรกิจได้เทอมจากเจ้าหนี้การค้า 4 อาทิตย์ ดังนั้น แทนที่เงินสดจะออกจากกิจการในอาทิตย์แรก และกลับเข้ามาในปลายอาทิตย์ที่ 6 (เงินจมอยู่ 6 อาทิตย์) เงินสดก็จะออกไปในต้นอาทิตย์ที่ 5 และเงินสดกลับเข้ามาในปลายอาทิตย์ที่ 6 (เงินจมอยู่ 2 อาทิตย์) เมื่อเงินที่จมอยู่น้อยลง ธุรกิจก็ต้องการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องน้อยลง ซึ่งอธิบายได้ตามสมการดังนี้ ความต้องการในการกู้ยืม (Financing Need) = ระยะเวลาการถือครองสินค้าคงคลัง (Inventory Day on Hand) + ระยะเวลาเรียกเก็บเงิน (Account Receivable Day on Hand) - ระยะเวลาการชำระเงิน (Account Payable Day on Hand)

กลยุทธ์สำคัญที่จะมีเงินหมุนเวียนในกิจการโดยไม่มีภาระดอกเบี้ย หรือมีให้น้อยที่สุด ก็คือทำให้มีความต้องการในการกู้ยืมให้น้อยที่สุด ซึ่งสามารถจัดการตามสมการข้างต้น กล่าวคือ จัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ โดยให้มีระยะเวลาในการถือครองสินค้าคงคลังให้น้อยที่สุด หรือให้เทอมลูกหนี้การค้าให้สั้นลงหน่อย เรียกเก็บเงินให้เร็วขึ้นหน่อย โดยอาจให้ส่วนสด เพื่อจูงใจ ยิ่งขายเป็นเงินสดได้ อันนี้ยิ่งดีครับ เพราะได้เงินสดกลับมาเลย แถมไม่ต้องลุ้นหนี้สูญอีกด้วย หรือพยายามยืดระยะเวลาเรียกเก็บเงิน โดยพยายามต่อรองระยะเวลาการชำระค่าสินค้ากับเจ้าหนี้การค้าให้นานที่สุดเท่าที่จะต่อรองได้ คุณลองนึกถึงเงินที่เราเอากลับมาได้จากตรงนี้ จากเดิมที่ต้องกู้เงินมาทดแทน และเสียดอกเบี้ยด้วย บางครั้งคนเราก็ลืมนึกถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถจัดการได้ และอยู่ภายในบริษัทเราเอง ถามตนเองว่าจัดการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพดีพอหรือยัง ก่อนที่จะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น (ไปกู้เงินจากสถาบันการเงิน) เพราะการขอความช่วยเหลือจากคนอื่นนั้นมีต้นทุนนะครับ และสูงด้วย

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 69

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 69