การก้าวเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจวิดีโอ สตรีมมิ่ง

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 07:04 น.
การก้าวเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจวิดีโอ สตรีมมิ่ง
คอลัมน์ ทันเศรษฐกิจ โดย...ผศ.ดร.ทัศนีย์ สติมานนท์คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) www.econ.nida.ac.th; ttonganupong@gmail.com

แนวความคิดในการจัดทำ Thaiflix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม วิดีโอ สตรีมมิ่ง (Video Streaming) ที่รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพผู้สนับสนุนการจัดทำแพลตฟอร์มกลาง และให้เอกชนร่วมกันระดมความคิดเพื่อสร้างแพลตฟอร์มให้น่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาใช้งานนั้น มีผู้วิจารณ์แนวความคิดนี้อย่างกว้างขวาง ผู้เขียนจึงอยากให้ข้อเสนอแนะว่า หากมีการจัดทำ Thaiflix หรือแพลตฟอร์มเช่นนี้ควรต้องคำนึงถึงอะไรบ้างเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินงบประมาณที่ลงทุนไป

ก่อนอื่นคงต้องทำความรู้จักกับตลาดวิดีโอ สตรีมมิ่ง ซึ่งหากแบ่งตามประเภทที่มาของรายได้ จะเป็นดังนี้

1. การให้บริการที่มีรายได้จากการโฆษณา (Advertising video on demand: AVOD) คือ การให้บริการที่ผู้รับชมไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อรับชมเนื้อหา (หรือ content ซึ่งรวมทั้งภาพยนตร์ ละคร สารคดี รายการเกมโชว์ ฯลฯ) แต่จะมีโฆษณาแทรกอยู่ด้วย ตัวอย่างของผู้ให้บริการประเภทนี้ คือ YouTube

2. การให้บริการที่มีรายได้จากการเก็บเป็นรายครั้ง (Transactional video on demand: TVOD) ซึ่งเป็นการให้บริการทั้งการซื้อและการเช่าเพื่อรับชมเนื้อหาผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ การให้บริการประเภทนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในเมืองไทย แต่เป็นการให้บริการในลักษณะคล้ายกับการซื้อเพลงใน iTunes ของบริษัท Apple

3. การให้บริการที่มีรายได้จากการเรียกเก็บค่าสมาชิก (Subscription Video on Demand: SVOD) ซึ่งเก็บค่าสมาชิกแบบรายเดือนหรือรายปี และสมาชิกสามารถรับชมเนื้อหาได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลก ได้แก่ Netflix Disney+ Apple TV+ Amazon Prime Video และ YouTube Premium นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการในลักษณะผสมผสาน เช่น Hulu ซึ่งแม้จะมีการเก็บค่าสมาชิกรายเดือน แต่แพ็กเกจที่มีราคาต่ำสุดยังคงมีโฆษณาแทรกในเนื้อหา สำหรับผู้ให้บริการวิดีโอ สตรีมมิ่งของไทยในปัจจุบันมีหลากหลายทั้งประเภทที่สามารถรับชมได้ฟรีและต้องจ่ายค่าสมาชิก ได้แก่ Netflix YouTube YouTube Premium Apple TV+ Viu LINE TV AIS PLAY TRUE iflix และ WeTV นอกจากนี้ ผู้ผลิตเนื้อหาไทยบางรายได้มีการสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองด้วย เช่น Bugaboo ของช่อง 7 และ ch3plus ของช่อง 3

การแข่งขันของธุรกิจ วิดีโอ สตรีมมิ่งในปัจจุบันค่อนข้างเข้มข้น ต่างจากในอดีตเมื่อ 3 ปีก่อนที่ Reed Hastings ซีอีโอของ Netflix ผู้นำในตลาดนี้ได้ให้สัมภาษณ์ว่า คู่แข่งที่สำคัญของเขา มิใช่ผู้ให้บริการรายอื่น หากแต่เป็นการนอนของผู้รับชมนั่นเอง แต่ทว่า การเข้ามาแข่งขันของผู้เล่นรายใหม่อย่าง Apple TV+ และ Disney+ เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ Netflix ซึ่งมีสมาชิกทั่วโลกประมาณ 182 ล้านคน รวมทั้งผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ต้องปรับตัวมาผลิตเนื้อหาของตนเอง (Original content) เพื่อดึงดูดผู้รับชมมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่า Netflix จะใช้เงินสำหรับการสร้างเนื้อหาในปีนี้เท่ากับ 17.3 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 563,300 ล้านบาท ในขณะที่ Apple TV+ ใช้เงินลงทุนสร้างเนื้อหาของตนประมาณ 6 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 186,000 ล้านบาท) สำหรับ Disney+ นั้น การสร้างเนื้อหาเป็นสิ่งที่บริษัทมีความชำนาญอยู่แล้ว ดังนั้น กลยุทธ์ที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การเร่งสร้างเครือข่าย และพัฒนาเทคโนโลยีวิดีโอ สตรีมมิ่งเพื่อขยายฐานสมาชิกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

การจัดทำ Thaiflix นั้น นอกจากจะต้องรู้สภาพตลาดหรือรู้เขารู้เราแล้ว ต้องมีการวางกลยุทธ์ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเลือกประเภทของแพลตฟอร์ม (AVOD หรือ TVOD หรือ SVOD) ซึ่งหมายความว่า ต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นคนในช่วงวัยใด เป็นคนไทย คนใน CLMV คนในอาเซียน คนในเอเชีย หรือคนทั่วโลก ถ้ากลุ่มเป้าหมายแคบผู้ผลิตเนื้อหาไทยจะมีศักยภาพสูงในการผลิตเนื้อหาให้ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะการมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะสามารถทำให้กำหนดเนื้อหาเพื่อตอบสนองกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น แต่หากกลุ่มเป้าหมายยิ่งมีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น การผลิตเนื้อหาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายจะทำได้ยากขึ้น การหาพันธมิตรหรือผู้ผลิตเนื้อหาในต่างประเทศอาจเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาดการผลิต เนื่องจากการผลิตเนื้อหามีต้นทุนที่สูง หากสามารถขยายฐานผู้รับชมได้มากเท่าไรก็จะยิ่งทำให้แพลตฟอร์มมีโอกาสได้รับกำไรและประสบความสำเร็จได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะทำให้ทราบว่า คู่แข่งคือใคร และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่แข่งกับใคร เพราะเงินในกระเป๋าของผู้ชมมีจำกัดหากจ่ายเงินเพื่อเป็นสมาชิกแพลตฟอร์มหนึ่งแล้ว ก็จะมีโอกาสน้อยลงที่จะจ่ายเงินเพื่อเป็นสมาชิกแพลตฟอร์มอื่น ๆ และแม้แต่ในกรณีที่ผู้ชมไม่ต้องเสียค่าสมาชิก ก็ยังคงต้องแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อช่วงชิง “เวลา” จากผู้รับชม

ข้อควรคำนึงประการต่อมา คือ การใช้เทคโนโลยี เช่น แพลตฟอร์มต้องมีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ใช้ได้กับอุปกรณ์การรับชมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น สมาร์ททีวี คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ หรือการใช้ Artificial Intelligent (AI) เพื่อการเลือกเนื้อหาให้เหมาะกับผู้รับชม หรือเพื่อการปรับคุณภาพของเนื้อหาให้ตรงตามความต้องการ หรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล (Cyber security) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาและความเป็นส่วนตัวของผู้รับชมนับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และการสรรหาบุคลลากรที่มีความสามารถนั้นมาพร้อมกับการจ่ายค่าตอบแทนที่สูงเช่นกัน

ข้อควรคำนึงประการที่สาม คือ ธุรกิจเป็นที่น่าสนใจในขณะนี้เพราะมีอัตราการเติบโตที่สูงเนื่องจากสถานการณ์ COVID19 ทำให้ประชาชนไม่สามารถหาความบันเทิงนอกบ้านได้ ส่งผลให้ยอดการรับชมวิดีโอ สตรีมมิ่งเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ จะยังคงมีผู้รับชมแพลตฟอร์มนี้ของไทยที่ใช้งบประมาณของรัฐมากน้อยเพียงใด และจะมีแผนเพื่อรับมืออย่างไรหากมีผู้ใช้จำนวนน้อย และเพื่อป้องกันไม่ให้เงินงบประมาณสูญเปล่า ต้องมีการวิเคราะห์ฉากทัศน์และมีการวางแผนสำหรับแต่ละฉากทัศน์ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีความยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณของรัฐตลอดไป และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำแพลตฟอร์ม คือ จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ผู้ผลิตเนื้อหาดี ๆ จะเลือกเผยแพร่เนื้อหาโดยใช้แพลตฟอร์มที่สร้างนี้ การวิเคราะห์ในส่วนนี้ต้องคำนึงถึงการตัดสินใจของผู้ผลิตเนื้อหาว่า จะเลือกใช้แพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นใหม่นี้ หรือเลือกใช้แพลตฟอร์มอื่น ๆ โดยปัจจุบันผู้ผลิตเนื้อหาโทรทัศน์แทบทุกรายมีการนำเนื้อหาของตนไปลงในแพลตฟอร์มวิดีโอ สตรีมมิ่งอยู่แล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ดังนั้น หากแพลตฟอร์มที่สร้างมาใหม่ไม่ได้สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะไม่สามารถดึงดูดเนื้อหาคุณภาพดีได้ และการสร้างเนื้อหาด้วยตนเองนั้นคงไม่ได้เป็นสิ่งที่รัฐมีความชำนาญ หรือไม่ได้เป็นกิจกรรมที่รัฐมีเหตุผลเพียงพอที่จะเข้ามาแทรกแซงดำเนินการด้วยตนเอง

Thaiflix นับเป็นแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ ทว่าควรมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างถี่ถ้วน นอกจากนี้ แนวคิดนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดหรือไม่ หรือต้องมีการดำเนินการอื่น ๆ ควบคู่ด้วยหรือไม่ หากกลัวเม็ดเงินจะรั่วไหลไปต่างประเทศ ควรมีการระดมความคิดเพื่อดำเนินการเก็บภาษีแพลตฟอร์มของบริษัทต่างประเทศหรือไม่ บางทีการตั้งคำถามที่ถูกต้องก็อาจสำคัญกว่าการหาคำตอบนะคะ