จัดพอร์ตการลงทุนเพื่อส่งมอบเงินมรดก ตอบโจทย์ผู้ให้...ถูกใจผู้รับ

วันที่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 07:26 น.
จัดพอร์ตการลงทุนเพื่อส่งมอบเงินมรดก ตอบโจทย์ผู้ให้...ถูกใจผู้รับ
คอลัมน์ตลาดนัดการเงิน โดย...สิริรัตน์ ลิ้มพันธ์อุดม ที่ปรึกษาบริหารทรัพย์ลูกค้าบุคคลพิเศษ AFPTTM ธนาคารกสิกรไทย

อายุ 50 ปี จะแบ่งเงินจำนวน 3,000,000 บาท และมอบเป็นมรดกให้ลูก ควรจัดการอย่างไร? การวางแผนส่งมอบมรดกเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่คนส่วนใหญ่อาจละเลย หากมีเงินจำนวนหนึ่งและพร้อมจะมอบเป็นมรดกให้ลูก แต่ยังไม่ต้องการมอบให้ลูกในระยะเวลาอันใกล้ จะทำอย่างไรถึงจะส่งต่อถึงลูกได้อย่างเหมาะสม เพื่อตอบคำถามสั้นๆ นี้ได้ สิ่งสำคัญที่ผู้ให้มรดกต้องพิจารณาเพิ่มเติม มีดังนี้

• ระยะเวลาที่จะส่งมอบเงินให้แก่ทายาท เช่น อีก 10 ปี หรือ 15 ปี ข้างหน้า เป็นต้น ซึ่งจะสอดคล้องกับระยะเวลาการลงทุน การจัดสรรเงินลงทุน และตราสารที่นำไปลงทุน

• ความเสี่ยงที่ผู้ให้มรดกยอมรับได้ รวมถึงประสบการณ์การลงทุน และควรเข้าใจด้วยว่าโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงจะควบคู่ไปกับความผันผวนของราคาสินทรัพย์ที่สูงด้วยเช่นกัน

• การลงทุนควรได้รับผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพื่อรักษาอำนาจซื้อ ซึ่งค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อของไทยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ประมาณ 2.5%

นอกจากนี้ มาทำความเข้าใจประเภทของสินทรัพย์ ในมุมผลตอบแทนและความเสี่ยง เริ่มต้นด้วยเงินฝากธนาคาร เป็นสินทรัพย์สภาพคล่อง ผลตอบแทนต่ำ มีความเสี่ยงน้อย ตราสารหนี้ ผู้ลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของกิจการที่นำเงินไปลงทุน ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยจ่าย เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน ซึ่งผลตอบแทนขึ้นอยู่กับอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้และระยะเวลาครบกำหนด ตราสารหนี้ที่ถูกจัดให้มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำๆ ผลตอบแทนที่ได้รับจะสูงขึ้น และมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระสูงขึ้นเช่นกัน ตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้คือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระหว่าง AAA ถึง BBB- ตราสารทุนหรือหุ้น ผู้ลงทุนอยู่ในสถานะเจ้าของกิจการ ผลตอบแทนที่จะได้รับคือเงินปันผลและส่วนต่างราคา สินทรัพย์ประเภทนี้ให้ผลตอบแทนสูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่กล่าวมาก่อนหน้า เพื่อลดความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นควรเลือกลงทุนในบริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีความมั่นคง โดยอาจเลือกลงทุนในกลุ่มบริษัท 50 ตัวใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์ (SET50) มากกว่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

แน่นอนว่าใครๆก็ต้องการผลตอบแทนสูงและในขณะเดียวกันต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงควรกระจายความเสี่ยงโดยการจัดสรรเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภท ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะหากเราทุ่มเงินไปกับการลงทุนประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด อาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดในคราวเดียวกัน เพื่อกระจายความเสี่ยงขอแนะนำทางเลือกการจัดสรรเงินลงทุน จากความเสี่ยงต่ำไปยังความเสี่ยงสูง มี 4 ทางเลือก ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 ลงทุนในสลากออมสิน ลุ้นโชค ความเสี่ยงเทียบเท่าเงินฝากเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ไม่มีความรู้การลงทุนมากนัก ผลตอบแทนที่ได้รับค่อนข้างต่ำ รูปแบบการลงทุนนี้ได้รับความนิยม เนื่องจากได้ดอกเบี้ยเหมือนฝากเงินธนาคาร และได้ลุ้นรางวัลสลากออมสินหลายงวด พอครบกำหนดได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ผลตอบแทนของสลากออมสินพิเศษ 3 ปี อยู่ประมาณ 1-2 % ต่อปี ยังไม่รวมเงินรางวัลส่วนเพิ่มหากถูกรางวัล

ทางเลือกที่ 2 พอร์ตการลงทุนความเสี่ยงต่ำ (เงินฝาก 30% ตราสารหนี้ 40% หุ้น 30%) เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ยอมรับความผันผวนได้น้อย การลงทุนส่วนใหญ่เน้นไปที่การรักษาเงินลงทุนให้ปลอดภัย ดังนั้นพอร์ตการลงทุนนี้ จึงเน้นลงทุนในเงินฝากประจำ หรือประกันชีวิตซึ่งมีความคุ้มครองชีวิต ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ลูกจะได้รับเงินเท่ากับทุนประกันตามที่เราตั้งใจไว้ หรือนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ สัดส่วนการลงทุนของพอร์ตนี้ จะเป็นการลงทุนในเงินฝาก 40% ตราสารหนี้ 30% หุ้น 30% โดยมีผลตอบแทนที่คาดหวังต่อปีที่ 3.79%

ทางเลือกที่ 3 พอร์ตการลงทุนความเสี่ยงปานกลาง (ลงทุนในตราสารหนี้ 50% หุ้น 50%) การจัดสรรแบบทางสายกลาง เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง มีความรู้ด้านการลงทุนอยู่บ้าง ยอมรับความผันผวนได้ระดับหนึ่งแต่ไม่มากจนเกินไปเพื่อแลกกับการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และหวังให้เงินลงทุนบางส่วนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนที่คาดหวังของพอร์ต 5.53% ต่อปี

ทางเลือกที่ 4 พอร์ตการลงทุนความเสี่ยงสูง (ลงทุนในตราสารหนี้ 20% หุ้น 80%) เป็นพอร์ตการลงทุนที่กล้าได้กล้าเสีย (พอร์ตเชิงรุก) เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงสูง มีความรู้ด้านการลงทุน มีระยะเวลาในการลงทุนค่อนข้างยาว 7 ปีขึ้นไป ทนทานต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นระหว่างการลงทุนได้ เพราะมุ่งหวังจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ผลตอบแทนที่คาดหวังของพอร์ตอยู่ที่ 7.27% ต่อปี

ที่มา : ข้อมูลย้อนหลังจาก Bloomberg ย้อนหลัง 10 ปี *ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือค่าความเสี่ยงหรือความผันผวน เช่น หุ้นไทยมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 8.43 ± 14.60 หรือเท่ากับ -6.17 ถึง 23.03 ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 68%

จะเห็นได้ว่า ทางเลือกที่ 1 ซื้อสลากออมสินมีความเสี่ยงต่ำและให้อัตราผลตอบแทนต่ำ ความเสี่ยงของทางเลือกนี้คือค่าเสียโอกาสเพราะผลตอบแทนที่ได้ไม่ชนะเงินเฟ้อ ซึ่งจะกัดกินมูลค่าเงินในอนาคต เพื่อเพิ่มผลตอบแทน ควรจัดพอร์ตการลงทุนตามทางเลือกที่ 2,3 และ 4 ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น อย่างไรก็ตามการลงทุนควรคำนึงถึงความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น ความเสี่ยงด้านราคาหลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ และความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากภัยธรรมชาติ การเมือง เป็นต้น

ไม่ต้องกังวลสำหรับท่านที่ไม่มีความรู้ด้านการลงทุนมากนัก ท่านสามารถเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้ อีกทั้งสามารถใช้ ประกันควบการลงทุน (Unit linked) เป็นเครื่องมือในการวางแผนร่วมด้วยได้ ซึ่งประกันแบบนี้เป็นการรวมระหว่างประกันชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวม มีทั้งความคุ้มครองชีวิต และสร้างผลตอบแทน โดยสามารถจัดพอร์ตการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ อีกทั้งหากผู้ทำประกัน(ผู้ให้มรดก)เสียชีวิต ผลประโยชน์จะตกอยู่กับผู้รับผลประโยชน์ (ลูก) ได้รับเงินเท่ากับหรือมากกว่าผลประโยชน์กรณีมรณกรรม

ข้อควรระวังสำหรับผู้มอบมรดกที่มีทรัพย์สินส่งมอบเกิน 100 ล้านบาท จะมีการจ่ายภาษีมรดกในอัตรา 5% และ 10% สำหรับมอบให้ทายาทและบุคคลทั่วไป หากให้ทรัพย์สินก่อนเสียชีวิต จะมีภาษีการให้ ที่เสียภาษี 5% ในกรณีที่ให้ทรัพย์สินแก่ทายาทเกิน 20 ล้านบาท และให้ทรัพย์สินแก่บุคคลอื่นเกิน 10 ล้านบาท สำหรับท่านที่มีทรัพย์สินมาก ควรจะมีการวางแผนการส่งมอบทรัพย์สินเพิ่มเติม เพื่อเสียภาษีมรดกและภาษีการให้น้อยที่สุด ภายใต้กรอบของกฎหมาย

การจัดพอร์ตลงทุนข้างต้นเป็นเพียงแนวทางที่ทำให้เข้าใจถึงวิธีการจัดสรรการลงทุน เพราะในความเป็นจริงไม่มีเกณฑ์ตายตัวที่จะบอกถึงสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสมมติฐาน เกี่ยวกับผู้ให้กับผู้รับเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่ต้องการ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ประสบการณ์การลงทุน รวมถึงระยะเวลาที่ต้องการส่งมอบ แนวคิดนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งที่นำมาช่วยวางแผนและส่งต่อความมั่งคั่งไปสู่ลูกหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต