การ Hardfork และกำเนิดเหรียญคริปโตใหม่

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 07:00 น.

การ Hardfork และกำเนิดเหรียญคริปโตใหม่

คอลัมน์ บล็อกเชนเปลี่ยนโลก

เรื่อง การ Hardfork และกำเนิดเหรียญคริปโตใหม่

โดย จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์

...............................................................

การ hardfork คืออะไร?

การ fork คือการเปลี่ยนกฏเกณฑ์และการตั้งค่าต่างๆ ในระบบ blockchain ที่มีการตกลงเงื่อนไขต่างๆ ขึ้นมาใหม่และใช้งานในทุกๆ วัน คำว่า fork นี้ก็ เหมือนกับส้อมที่เราใช้กินข้าวอยู่ทุกวัน ลองจินตนาการว่าด้ามที่จับนั้นเป็นระบบหลักและที่ปลายส้อมที่แยกออกมานั้นคือ การ fork ซึ่งข้อมูลจะแยกออกมาเป็นเส้นคู่ขนาน ถ้าหากการปรับเปลี่ยนนั้นไม่เยอะจนมีผลกระทบต่อเส้นข้อมูลหลักจะเรียกว่า soft fork

ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากจนเกิดผลที่ตามมา หรือ การใช้งานที่แตกต่างออกไปจะเรียกว่า hardfork ทั้งนี้ทั้งนั้นระบบใหม่ที่แยกออกมายังคงทำงานกับระบบเก่าได้เป็นอย่างดี และการ hardfork มักจะทำให้เกิดเหรียญใหม่ขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งจุดประสงค์ของการ hardfork ในแต่ละครั้งนั้นก็มีความแตกต่างออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “การแก้ระบบให้ทีประสิทธิภาพมากขึ้น”

การ hard fork ครั้งแรกของ bitcoin

การ hardfolk ของบิทคอยน์เริ่มขึ้งจากการเห็นจุดบกพร่องของระบบ ในช่วงแรกๆที่มีการทำธุรกรรมในระบบไม่มากนัก ระบบของ Bitcoin สามารถทำหน้าที่ได้ค่อนข้างรวดเร็วอย่างไร้ที่ติ แต่เมื่อมันได้รับความนิยมมากขึ้นการทำงานจึงช้าลงเนื่องด้วยขนาดของบล็อกจำกัดอยู่ที่ 1MB ซึ่งผู้ใช้งานเคยรอนานที่สุดถึง 3 วันในการตรวจสอบการโอนถ่ายบิทคอยน์ และวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านี้คือ การจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น เพื่อการตรวจสอบที่รวดเร็วขึ้น

แต่ก็ทำให้ค่าธรรมเนียมสูงมากจนผิดจุดประสงค์หลักของระบบบิทคอยน์ เหตุนี้จึงเกิดการเสนอ hardfork ขึ้นเพื่อแก้ไขจุดอ่อนนี้ 2 ทางคือ Bitcoin Unlimited และ Segregate witness (Segwit) ซึ่งสุดท้าย Bitcoin cash ที่เป็นเหรียญแรกจากการ hardfork เกิดขึ้นจากการรวมสองข้อเสนอนี้เข้าด้วยกัน โดยแนวคิดคือ การขยายบล็อคเป็นขนาด 8 MB และ ข้อมูลทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในบล็อกเชนซึ่งข้อมูลบางส่วนจะสามารถเก็บไว้เป็นไฟล์แยกได้

การ hard fork ครั้งแรกของ ethereum

เกิดการแฮคระบบ Etheruem ขึ้นในปี 2016 จนทำให้มีการสูญเสียประมาน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นจึงเกิดการ hardfork ขึ้นเพื่อแก้ไขระบบป้องกันแฮคเกอร์ โดย ณ ตอนนั้นนักพัฒนาหลักมีทางเลือกให้ผู้ใช้งานอยู่สองทางเลือก คือ การรักษาให้เป็นอย่างธรรมชาติของระบบคือ ประวัติธุรกรรมและ Ledger ต้องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

หรือ ทำการ hardfork เพื่อทำให้แฮคเกอร์ไม่สามารถเอาเงินไปได้และย้อนการซื้อขายนั้นๆ กลับ การถกเถียงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนระบบแตกออกเป็นสองเส้นคู่ขนานซึ่งระบบที่กลุ่มนักพัฒนาหลักตกลงที่จะใช้กันเรียกว่า “Ethereum” ในขณะที่ระบบเก่าตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ว่า “Ethereum classic” และนี้คือเหรียญจากการ hard fork เหรียญแรกของ Ethereum

เหรียญใหม่ที่เกิดขึ้นแตกต่างจากเหรียญเดิมมากน้อยแค่ไหน

ถึงเหรียญที่ hardfork ออกมานั้นจะมีรากฐานมาจากระบบเดิม แต่จุดประสงค์ในการใช้แต่ละเหรียญนั้นกลับมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งบางเหรียญนั้นมีการใช้งานที่แตกต่างกันโดนสิ้นเชิง หลังจากที่แต่ละเหรียญได้แยกตัวออกไปจะเป็นอย่างไรและมีเหรียญชื่ออะไรบ้างตามมาดูกันเลย

เหรียญใหม่จาก Bitcoin

Bitcoin cash: เหรียญ bitcoin cash เป็นหนึ่งเหรียญยอดนิยมจากการ hard fork ในระบบของ bitcoin โดยความแตกต่างระหว่าง bitcoin cash และ bitcoin คือ การขยาย block size เป็น 8 MB อีกทั้งมีการนำโมเดลของ bitcoin ที่ชื่อว่า segwit ออกและรองรับซอฟต์แวร์หลายๆ ตัวในกรณีที่มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ในอนาคต ซึ่งเรื่องการติดตั้งและเปลี่ยนซอฟแวร์ของ bitcoin จะมีความเป็นหนึ่งเดียวสูงกว่าเนื่องจากต้องประชุมกันหลายรอบกว่าจะได้ข้อสรุป

Bitcoin Gold : การ hard fork ครั้งที่สองของเหรียญ bitcoin เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบ ecosystem ในการขุดเหรียญใหม่โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำให้เครื่องขุด ASIC ที่มีพลังการขุดมากไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป และดึงดูดให้คนเข้าระบบในระยะยาวหวังว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้ bitcoin หลุดพ้นจากบริษัท ASIC ที่เป็นตลาดผูกขาด ซึ่งจะทำให้ bitcoin กลับมามีความเป็น decentralized อีกครั้ง อีกทั้งยังทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง bitcoin ได้ง่ายขึ้น

Bitcoin SV : หนึ่งในเหรียญที่แยกตัวออกมาจาก bitcoin cash ที่มีจุดประสงค์โดยการนำคุณค่าและเทคโนโลยีของบิทคอยน์กลับมาใช้ใหม่ โดยมี การสนันสนุนวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของบิทคอยน์ และ การกระจายอำนาจโดยใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นวิธีการชำระเงินและการค้าอย่างจริงจัง และยกระดับขีดความสามรถของเครือข่ายเพราะเหตุนี้ชื่อของของเหรียญจึงมี SV ขึ้นมาซึ่งย่อมาจาก Satoshi Vision

เหรียญใหม่จาก Ethereum

Ethereum classic (ETC): อย่างที่ได้กล่าวไปในก่อนหน้านี้ว่า Ethereum classic นั้นเป็นเหรียญที่นักพัฒนากลุ่มหนึ่งมีความคิดเห็นที่จะยังคงใช้ระบบเดิม โดยที่มีความยึดมั่นว่าประวัติธุรกรรมและ Ledger ไม่ควรที่จะย้อนกลับไปแก้ไขได้ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตาม โดยตัว Etheruem classic นั้นได้ผลิต Emerald software developer kit ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือในการสร้าง Dapps SDK มีส่วนประกอบอื่น ๆ สำหรับนักพัฒนาเช่น UI, Libararies และ Build Tools ซึ่งเหรียญนี้มีจุดประสงค์มุ่งเน้นไปที่อินเทอร์เน็ตและของสิ่งต่างๆ หนึ่งในข้อได้เปรียบของ Ethereum classic คือ ความปลอดภัยที่จะมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการแทรกแทรงในระบบ blockchain นั้นเอง

Ether zero (ETZ): อีกหนึ่งเหรียญจากการ hard fork ของ Ethereum ที่มีจุดมุ่งหมายในการจัดการธุรกรรมกว่า 1000 รายการต่อวินาที ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบของ Ethereum ที่ทำได้ 15 รายต่อวินาที จุดมุ่งหมายนี้ยังคงเกิดความสงสัยให้หลายต่อหลายคน โดยลักษณะต่างๆของ Etherzero อ้างอิ้งจาก Etherzero.org คือระบบป้องกันสองระดับ การควบคุมแบบกระจายอำนาจ และ ค่าคอมมิชชั่น 0 % ธุรกรรมทันใจ

จะมีการ hardfork เกิดขึ้นอีกหรือไม่?

ในต้นปี 2019 นี้เพิ่งจะมีข่าวการ hardfork ของระบบ ethereum อีกครั้งที่เรียกกันว่า Constantinople Hard Fork จะมีการเพิ่มและปรับปรุงใหญ่ 2-3 อย่างด้วยกัน ซึ่งเป็นการพัฒนาสมรรถภาพของ Ethereum blockchain รวมถึงรางวัลการขุด ซึ่งการที่นักพัฒนาของ Ethereum ทำการ hardfork บ่อยนั้นก็เพื่ออัพเดทเทคโลยีอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตามการ hardfork ครั้งนี้ก็มีผลกระทบที่ตามมาคือความไม่เสถียรของระบบ แต่ก็อาจเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้น จะมีเหรียญที่ออกมาใหม่ 3 เหรียญคือ Classic Vision, Ethereum Nowa ,Ethereum Constantinople

สรุป

การ hardfork นั้นเมื่อเกิดขึ้นจะเกิดการพัฒนาหรืออัพเกรดระบบบล็อกเชนนั้นๆ ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากมีความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้อยก็จะยังคงใช้เส้นข้อมูลเดิม (soft fork) แต่ถ้าความขัดแย้งมีมากจนแบ่งออกเป็นสองฝ่ายก็จะมีการแตกแขนงเส้นข้อมูลใหม่ (hardfork) ทุกครั้งที่มีการ hard fork ก็จะเกิด เหรียญ หรือซอฟแวร์ใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอและอาจมีผลกระทบไปถึงราคาและความเสถียรของระบบของเหรียญในช่วงเวลานั้น ในอนาคตจะมีการ fork ของเหรียญไหนเป็นเหรียญต่อไปเราคงต้องรอดูกันครับ

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหากระดานเทรดในไทยที่มีการรองรับเหรียญ Hard Fork ด้วย ทางเว็บไซต์ Bitkub ของเราก็มีให้บริการครับ โดยก่อนหน้านี้เหรียญที่เราได้รองรับการ Hard Fork ออกมาคือ BSV นั่นเองครับ สำหรับท่านใดที่ยังไม่มีบัญชีในกระดานเทรดของเราสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ https://www.bitkub.com/

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ