ซื้อประกันสุขภาพทั้งที...ต้องมีการันตีต่ออายุ

วันที่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 07:20 น.
ซื้อประกันสุขภาพทั้งที...ต้องมีการันตีต่ออายุ
คอลัมน์ I Wish you wealth

เรื่อง ซื้อประกันสุขภาพทั้งที...ต้องมีการันตีต่ออายุ

โดย วิศรุต จารุอนันตพงษ์ AFPT™

Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

................................................................

“การันตี” เมื่อเราได้ยินคำๆ นี้ จะส่งผลให้เรารู้สึก “อุ่นใจ” ว่าท่ามกลางสิ่งต่างๆ มากมายที่มีความไม่แน่นอน กลับมีสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรากลับมาตั้งหลักได้เสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น

แล้วจะดีแค่ไหน หากคำว่าการันตีนี้เกิดขึ้นกับการประกันสุขภาพที่จะทำให้เราหมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเมื่อถึงยามจำเป็นที่ต้องมีการเคลมค่าใช้จ่ายในวงเงินที่สูง ก็ไม่ต้องมานั่งห่วงว่าในปีหน้าบริษัทประกันฯ จะยังอนุมัติการต่ออายุกรมธรรม์ประกันสุขภาพให้เราหรือไม่ ฉะนั้นการเลือกซื้อประกันสุขภาพที่มี ”การการันตีต่ออายุ” จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในปัจจุบัน

ในประเทศไทยการซื้อประกันสุขภาพแบบการันตีต่ออายุอาจจะยังไม่แพร่หลาย อาจเพราะผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพในลักษณะนี้ยังมีจำนวนไม่มากนัก จึงทำให้เรา “ไม่คุ้นเคย” กับประกันสุขภาพแบบการันตีต่ออายุ

แต่ในต่างประเทศการซื้อประกันสุขภาพในลักษณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยราว 10% ต่อปี บวกกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ต้องการได้รับบริการการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด พร้อมกับความสะดวกสบาย จึงยิ่งส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) แสดงการเปรียบเทียบค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐบาล โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลเอกชนระดับ 5 ดาว ในปี 2557

โดยยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายโดยรวมในการรักษาพยาบาลโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักในการเสียชีวิตของคนไทย พบว่า ในโรงพยาบาลของรัฐบาล มีค่าใช้จ่ายโดยรวมราว 60,000 - 90,000 บาท ในโรงพยาบาลเอกชนค่าใช้จ่ายราว 164,000 - 422,000 บาท แต่ค่ารักษาพยาบาลโดยรวมในโรงพยาบาลเอกชนระดับ 5 ดาว อาจสูงถึง 1.15 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 12 - 19 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลของรัฐบาลเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนมีอัตราที่สูงกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลเป็นอย่างมาก แต่ผู้ป่วยจำนวนมากก็ยังเต็มใจที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่แพงกว่า เพราะพวกเขาต้องการการรักษาพยาบาล ยา หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีกว่า อีกทั้งยังได้รับความสะดวกสบายและประหยัดเวลา จึงเสมือนว่ากรมธรรม์ประกันสุขภาพได้ให้ “สิทธิ์ในการเลือก” ว่าเราอยากได้คุณภาพชีวิตในการรับบริการรักษาพยาบาลในระดับใด

นอกจากประเด็นข้างต้น ยังมีอีก 2 ประเด็นใหญ่ที่ผู้ซื้อประกันสุขภาพทุกท่านควรตระหนักถึงและให้ความสำคัญกับการซื้อประกันสุขภาพ

ประการแรก การซื้อประกันสุขภาพที่เป็นสัญญาพ่วงกับประกันชีวิตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่าบริษัทประกันฯ จะไม่ยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ เนื่องจากสัญญาประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพถูกแยกออกจากกัน บริษัทประกันฯ จึงสามารถยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพอย่างเดียวและต่ออายุให้เฉพาะส่วนของกรมธรรม์ประกันชีวิตเพียงอย่างเดียวได้ อย่างที่เราเห็นเหตุการณ์ตัวอย่างหลายๆ เหตุการณ์ในสื่อโซเชียลมีเดีย โดยบริษัทประกันอาจให้เหตุผลว่า “สัญญาเพิ่มเติมมีอายุ 1 ปี ซึ่งบริษัทประกันสามารถพิจารณาการต่ออายุสัญญาในแต่ละปีได้” ซ้ำร้ายเมื่อเรามีประวัติสุขภาพที่ไม่ดีแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้อีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกันเดิมหรือบริษัทประกันแห่งใหม่

ประการที่สอง ยิ่งอายุเรามากขึ้นโอกาสเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง (Critical Illness) ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว อ้างอิงข้อมูลจากโรงพยาบาลชั้นนำในไทย อาทิ โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ และโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าคนที่มีอายุมากจะมีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง มากกว่าคนที่อายุน้อยราว 10 เท่า โดยโรคมะเร็งถือได้ว่าเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนทั่วโลก เช่นเดียวกับในประเทศไทย

โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุข พบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงถึง 78,540 คน ในปี 2560 หรือคิดเป็นการตาย 8 คนต่อ 1 นาที ซึ่งเพิ่มขึ้นจากราว 53,000 คนในปี 2550 และมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่สูงถึง 122,757 คนในปี 2560 โดยหากกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่เรามีอยู่ไม่การันตีต่ออายุ จะทำให้เราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าประกันสุขภาพฉบับนั้นจะคุ้มครองเราจนรักษาตัวหายเป็นปกติ เพราะเมื่อมีการเคลมค่ารักษาพยาบาลที่สูง บริษัทประกันฯ อาจจะยกเลิกกรมธรรม์ประกันสุขภาพของเรา แต่โรคร้ายที่เราเป็นอยู่ยังคงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด ทำให้เราต้องใช้เงินส่วนตัว หรือบางครั้งอาจรวมถึงเงินเกษียณที่เราตั้งใจจะเก็บไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณอายุ ซึ่งจะส่งผลให้ฐานะการเงินของเรามีปัญหาได้ในอนาคต

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันความเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงประเภทต่างๆ มีสูงขึ้นอย่างมาก อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน การซื้อประกันสุขภาพแบบการันตีต่ออายุจึงเป็นมากกว่าการซื้อประกันสุขภาพแบบทั่วไป เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันสุขภาพแล้ว ยังเป็นเสมือน “เครื่องการันตี” ให้กับ “สิทธิ์ในการเลือก” ของเราว่าต้องการได้รับการรักษาพยาบาลในระดับใดจะยังคงอยู่ แม้มีการเคลมค่ารักษาพยาบาลในวงเงินที่สูง ซึ่งจะส่งผลสืบเนื่องต่อการวางแผนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสำหรับวัยเกษียณได้อย่างดีอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต