สแกนสถานการณ์ หุ้น ตราสารหนี้

  • วันที่ 31 พ.ค. 2561 เวลา 11:19 น.

สแกนสถานการณ์ หุ้น ตราสารหนี้

โดย...วารุณี อินวันนา

สถานการณ์ตลาดทุนไทยและตลาดทุนโลกมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยมี 3 ปัจจัยร่วมเดียวกัน คือ อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และอัตราเงินเฟ้อ

ฉัตรแก้ว เกราะทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อมีทิศทางปรับตัวสูงตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อัตราผลตอบแทน (ยิลด์) ก็สะท้อนอัตราเงินเฟ้อด้วย จะเห็นว่าวันที่ประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยิลด์พันธบัตรไทยเด้งขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคิดว่าเป็นช่วงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว

สำหรับตราสารหนี้ไทยในช่วงนี้จะยังมีโอกาสผันผวน อาจจะยังปรับขึ้นได้แต่ไม่มากนัก การลงทุนในฝั่งตราสารหนี้อายุไม่เกิน 1 ปีจะปลอดภัย แต่ระยะกลาง-ยาวจะเห็นราคามีการปรับตัวผันผวน

“มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เป็นจุดเปลี่ยนของการลงทุนในตราสารหนี้ หลังจากที่มีความสุขกับอัตราดอกเบี้ยขาลงมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้ยิลด์ที่ดีและได้กำไรจากส่วนต่างราคาตราสารหนี้มาโดยตลอด ถึงวันนี้ต้องปรับตัว” ฉัตรแก้ว กล่าว

ฉัตรแก้ว กล่าวว่า ปัจจุบันให้น้ำหนักการลงทุนตราสารหนี้ภาคเอกชน 1-3 ปี เพราะมีผลตอบแทนส่วนเพิ่ม มีส่วนต่างราคาที่มากกว่าพันธบัตรรัฐบาลที่ได้ผลตอบแทนไม่สูงมาก และมีความอ่อนไหวต่อยิลด์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยจะยังไม่ได้ปรับตัว แต่ยิลด์ของพันธบัตรรัฐบาลเริ่มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว

เห็นได้จากการไหลออกของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เริ่มเห็นเป็นยอดขายสุทธิกว่า 3 หมื่นล้านบาทแล้ว เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเป็นยอดซื้อสุทธิกว่า 2 แสนกว่าล้านบาท ค่าเงินบาทก็แข็งค่า

ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ไทยกับต่างชาติเริ่มไม่น่าสนใจ เพราะสหรัฐอเมริกาเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เงินไหลออกจากการลงทุนในตราสารหนี้ ความผันผวนในตลาดนี้มีความชัดเจนมากขึ้น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเริ่มอ่อนไหวต่อยิลด์ในตลาดมากขึ้น

หุ้นต้องดูจังหวะในการเข้าลงทุนและไม่จำกัดสไตล์การลงทุน มีหลากหลายกลุ่ม มีทั้งหุ้นปันผล หุ้นเติบโต หุ้นขนาดเล็กสมอลแคป หุ้นขนาดใหญ่ หรือบิ๊กแคป หุ้นตามวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันผลตอบแทนของบริษัทจดทะเบียนยังดีอยู่ และจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีคิดว่าจะยังคงทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง

ฉัตรแก้ว กล่าวว่า การออกกองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดีเว่อร์ (KFGOOD) ในช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนในตลาดหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว โดยเปิดเสนอขายถึงวันที่ 6 มิ.ย. 2561 นี้

ข่าวอื่นๆ