เทคนิควางแผนการลงทุน

วันที่ 13 ก.พ. 2561 เวลา 14:18 น.
เทคนิควางแผนการลงทุน
ผ่านเดือน ม.ค.ไปแล้ว หลายๆ คนอาจกำลังอยู่ในช่วงวางแผนการลงทุนประจำปี ลองอ่านข้อควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยง จากคอลัมน์คลินิกลงทุน ที่มีให้ติดตามกันเป็นประจำในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ลงมือปฏิบัติ

1. ออมเงิน

แน่นอนอยู่แล้ว คุณคงไม่สามารถลงทุนได้ หากไม่มีเงิน การออมเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบัน ซึ่งหากไม่เริ่มสร้างวินัยการออมให้กับตัวเองในวันนี้ อนาคตข้างหน้าอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบาก ในวันที่คุณไม่มีรายได้ หรือต้องการใช้เงินฉุกเฉิน โดยส่วนใหญ่มักแนะนำให้เก็บออม 20% ของรายได้ต่อเดือน โดยสัดส่วนนี้ไม่ได้ตายตัว สามารถปรับลดได้ตามสถานะของแต่ละบุคคล

2. ง่ายเข้าไว้

พยายามหลีกเลี่ยงการลงทุนในสิ่งที่ไม่ถนัด ผลตอบแทนสูงๆ หรือคำแนะนำจากกูรูต่างๆ อาจนำไปสู่การลงทุนที่ไม่เชี่ยวชาญ และไม่เข้าใจได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น ยิ่งลงทุนในเรื่องที่ไกลตัวมากเท่าไหร่ โอกาสขาดทุนของคุณก็ยิ่งสูงตามไปด้วย ดังเช่นคำเตือนที่ทุก บลจ.จะต้องใส่ไว้ข้างท้ายหนังสือชี้ชวนว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

3. ถูกไว้ก่อน

เวลาไปซื้อของใช้ต่างๆ ยังต้องศึกษา ส่วนลด โปรโมชั่น เปรียบเทียบ ก่อนซื้อทุกครั้ง การลงทุนก็เหมือนกัน ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในกองทุนนั้นส่งผลโดยตรงกับผลตอบแทน ดังนั้น ควรจะศึกษาเรื่องค่าใช้จ่ายของกองทุนอย่างละเอียด เพราะในบางครั้งกองทุนที่ลงทุนเหมือนกันอาจมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างได้

4. ลดหย่อนภาษี

ปัจจุบันมีหลายวิธีที่ช่วยให้เสียภาษีน้อยลงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การซื้อกองทุนประหยัดภาษี กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ประกันชีวิต และประกันบำนาญ ดังนั้น ในแต่ละปีควรแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับลงทุนในส่วนนี้ด้วย เพราะนอกจากได้ลดหย่อนภาษีแล้วอาจจะได้กำไรส่วนต่าง (Capital Gain) เพิ่มเป็นของแถมตอนขายกองทุนอีกด้วย

5. จดทุกการตัดสินใจ

จดเหตุผลในการตัดสินใจซื้อขายหุ้น หรือกองทุนของคุณในแต่ละครั้งเก็บไว้ วิธีนี้จะทำให้เรียนรู้ข้อ ผิดพลาดของตัวเอง และยังทำให้รู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จนั้นเกิดจากอะไร เช่น ตอนช่วงวิกฤตซับไพรม์ คุณตกใจกลัว ขายหุ้น กองทุนทิ้งไป หรือคุณใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสเก็บของถูกในการลงทุน หากเป็นข้อหลังก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย

ข้อควรหลีกเลี่ยง

1. จ่ายแพงเกินจริง

อย่างที่บอกไว้ในข้อสาม คุณไม่ควรมองข้ามค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการลงทุน อย่าลืมพิจารณาค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่างๆ ว่าเหมาะสมหรือไม่อยู่เสมอ เหมือนกับคำพูดที่ว่า “จ่ายแพงกว่าทำไม”

2. จับตาดูพอร์ตการลงทุน

พยายามอย่าให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวของตลาดมากจนเกินไป หรือจับตาดูพอร์ตการลงทุนตัวเองเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งรายเดือนก็ตาม ลองเลิกสนใจข่าว และปล่อยวางพอร์ตของคุณบ้าง ข้อนี้อาจทำได้ยาก แต่การเพิกเฉยต่อเสียงรอบข้าง หรือความผันผวนของภาวะตลาดรายวัน สามารถช่วยให้คุณตั้งมั่นอยู่กับเป้าหมายระยะยาวของคุณได้ดีขึ้น และยังช่วยป้องกันตัวคุณจากการปรับพอร์ตการลงทุนผิดเวลาได้อีกด้วย