โอกาสในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

  • วันที่ 23 ต.ค. 2560 เวลา 21:46 น.

โอกาสในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

โดย...นรี พฤกษยาภัย ผู้จัดการกองทุนอาวุโส กองทุนต่างประเทศ บลจ.ธนชาต

คนไทยส่วนมากนิยมเดินทางไปต่างประเทศแบบไม่ง้อวีซ่า เชื่อว่าน่าจะมีบ้างที่นึกถึงญี่ปุ่น ซึ่งผลการสำรวจสำนักวิจัยบางแห่งยกให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในเมืองมหาอำนาจ ซึ่งมีศักยภาพของเมืองในการดึงดูดบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกในด้านเศรษฐกิจ การวิจัยและพัฒนา การเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความน่าอยู่สิ่งแวดล้อม และความสะดวก ผลมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวและนักเรียนต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงหลังปี 2557 นับจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ ออกมาตรการส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า ทำให้ญี่ปุ่นยิ่งพัฒนาคุณภาพสาธารณูปโภคและการบริการดียิ่งขึ้น

ล่าสุด อาเบะได้ประกาศยุบสภาในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 22 ต.ค. และชูนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากชนะการเลือกตั้งซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านเยน (0.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)) โดยจะยังคงเสนอให้ขึ้นภาษีผู้บริโภคจากปัจจุบัน 8% เป็น 10% ตามกำหนดการเดิมในเดือน ต.ค. 2562 โดยตั้งเป้าจะใช้รายได้จากภาษีดังกล่าวในการส่งเสริมสวัสดิการด้านการศึกษา การดูแลเด็กและคนชรา

นอกเหนือจากเดิมที่จะลดการขาดดุลงบประมาณ จากผลสำรวจยังคาดกันว่าพรรคของอาเบะน่าจะครองเสียงข้างมากกว่า 2 ใน 3 ของที่นั่ง แม้พรรคฝ่ายค้านจะมีการประกาศยุบพรรคและรวมเข้ากับพรรคใหม่ซึ่งแยกตัวจากพรรคแอลดีพีของอาเบะ ที่จริงอาเบะต้องการให้ชัยชนะการเลือกตั้งถือเป็นการได้รับอาณัติจากประชาชนต่อแผนการเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพทางการเมืองในญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นมีประเด็นหนี้สาธารณะในระดับสูงถึงประมาณ 2 เท่าของจีดีพี ที่นักลงทุนยังเฝ้าจับตามอง แต่ถ้าวิเคราะห์แล้วหนี้ของญี่ปุ่นเป็นการกู้ยืมจากเงินฝากของประชาชน การคลังของญี่ปุ่นจึงยังไม่น่ากังวล

การออมเงินและลดการบริโภคส่วนบุคคลของประชากรไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานในช่วงก่อนหน้า แต่มาตรการอาเบะโนมิกส์ ได้เริ่มทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจถึงกลางปี 2560 ชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวแข็งแกร่งเกินกว่า 2% และมีการขยายตัวต่อเนื่องมา 6 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่อัตราการว่างงานลดต่ำลงกว่าระดับ 3% มีการสนับสนุนให้แรงงานสตรีและคนชราทำงานมากขึ้น

แนวโน้มค่าจ้างแรงงานมีโอกาสสูงขึ้นและทำให้กระตุ้นการใช้จ่ายส่วนบุคคลและการบริโภค ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าโดยรวมนับแต่ต้นปี ดัชนีหุ้นนิกเกอิ 225 แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996 หรือ 21 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นนับแต่ต้นปี 2560 อยู่ที่กว่า 10% สิ่งที่เพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนในช่วงที่ผ่านมานอกจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดูดีขึ้น การเมืองที่คาดว่าจะยังคงเสถียรภาพยังมาจากตัวเลขผลประกอบการบริษัทที่ดีขึ้นซึ่งนักวิเคราะห์ก็ยังคาดการณ์ผลกำไรว่าน่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนั้นมาตรการพัฒนาตลาดทุนของอาเบะที่สนับสนุนด้านธรรมาภิบาลส่งผลดีต่อโครงสร้างบริษัท เพิ่มการมีกรรมการจากคนนอกเกิดความโปร่งใสมากขึ้น ทำให้แนวโน้มอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อผู้ถือหุ้นสูงขึ้น เป็นจุดดึงดูดนักลงทุน

ขณะเดียวกันระดับราคาหุ้นญี่ปุ่นยังดูน่าสนใจ สัดส่วนราคาต่อกำไร(พี/อี) ตลาดประมาณ 14 เท่าเมื่อเทียบกับตลาดเศรษฐกิจหลักที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ซึ่งมีพี/อีแพงกว่าระดับพี/อีเฉลี่ยระยะยาว (10 ปี) อยู่มาก ดูเหมือนการแกว่งตัวแข็งขึ้นบ้างของค่าเงินเยนในช่วงหลังจะไม่มีอิทธิพลรุนแรงเหนือไปกว่าแนวโน้มกำไรบริษัท อย่างไรก็ดีในช่วงที่ยังมีประเด็นด้านสงครามการเมือง เช่น เกาหลีเหนือ จีน และสหรัฐ เป็นระยะ นักลงทุนต้องทำความเข้าใจยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น

หรือเลือกกลยุทธ์การลงทุนในตลาดญี่ปุ่นที่เหมาะสม เช่น การเน้นพื้นฐานหุ้นรายตัว สำหรับญี่ปุ่นที่การเติบโตเศรษฐกิจยังไม่ได้ขับเคลื่อนไปพร้อมกันในทุกอุตสาหกรรมและธุรกิจ หุ้นบริษัทขนาดกลางหรือเล็กอาจมีแนวโน้มเติบโตดีกว่า

คาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2563 ซึ่งเป็นปีของการจัดโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปยังญี่ปุ่นเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปอีกมีผู้วิเคราะห์ว่า เทรนด์การท่องเที่ยวเน้นช็อปปิ้งจะค่อยๆ หายไป เป็นการท่องเที่ยวแบบเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้น ญี่ปุ่นนับเป็นปลายทางดึงดูดนักท่องเที่ยว

ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นสำหรับหนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในต่างประเทศ ก็ยังนับเป็นตลาดลงทุนที่น่าสนใจในสภาวะที่การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นยังมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่า และมีโอกาสเอาชนะเงินเฟ้อที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ