นักท่องเที่ยวจีนกับคอนโดไทย (ตอนที่ 1)

วันที่ 23 ต.ค. 2560 เวลา 21:36 น.
นักท่องเที่ยวจีนกับคอนโดไทย (ตอนที่ 1)
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ ไทยและสามารถต่อกรกับประเทศ อื่นๆ บนโลกใบนี้ได้อย่างดีทีเดียวก็คือธุรกิจการท่องเที่ยว จะเห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทยติดอันดับที่ 9 ของประเทศทั่วโลก

ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย 12.60 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ 29.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นมา 2.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 8.9% (ที่มา : United Nations World Tourism Organization) ประเทศที่ติดอันดับสูงสุด 10 อันดับ เป็นประเทศในทวีปยุโรปถึง 6 ประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ตามลำดับ ทวีปอเมริกาเหนือ 2 ประเทศ คือ สหรัฐและเม็กซิโก ทวีปเอเชีย 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย

ที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะว่าชาวยุโรปและชาวอเมริกันมีรายได้ประชากรต่อหัวสูงเมื่อเทียบกับคนชาติอื่นๆ ในทวีปอื่น และการที่ชาวยุโรปมีประเทศติดกัน การเดินทางสะดวก และไม่ต้องขอวีซ่าเวลาจะเข้าประเทศ ในขณะที่จีนมีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากรการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และในกลุ่มประเทศอาเซียนมีไทยประเทศเดียวที่ติดอันดับสูงสุด 10 อันดับ

ในปัจจุบันโลกใบนี้มีประเทศถึง 195 ประเทศ โดย 193 ประเทศเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ขณะที่อีก 2 ประเทศยังเป็นเพียง Non-Member Observer States ซึ่งได้แก่ประเทศ The Holy See และ The State of Palestine (ที่มา : http://www.worldometers.info/) สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของธุรกิจท่องเที่ยวของไทย

นอกจากธุรกิจเหล่านี้จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยแล้วหลายปีที่ผ่านมา ทั้งไปรับบริหารกิจการโรงแรม และรีสอร์ทต่างๆ ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล เซ็นทรัล ดุสิตธานี ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความแข็งแกร่งมาก ถึงขนาดที่ไปซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมต่างชาติ อย่างเช่น กลุ่มไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลที่ไปซื้อกิจการกลุ่มโรงแรม TIVOLI ในโปรตุเกสและบราซิล เมื่อต้นปี 2558 รวมทั้งโรงแรมในกลุ่มของ Oaks Hotels and Resorts

เมื่อมาดูนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่ปี2550-2559 จะเห็นได้ว่าเพิ่มขึ้นเกือบทุกปีในอัตราที่โตพอสมควร โดยบางปีโตมากกว่า 30%  มีเพียง 2 ปีที่เติบโตติดลบ คือปี 2552 ซึ่งในปีนั้นเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย และปี 2557 ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 22 พ.ค. ทำให้นักท่องเที่ยวลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ที่จองโรงแรมไปแล้วก็ยกเลิก ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องซบเซา ส่งผลกระทบกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยใน 2 ปีนั้นเป็นอย่างมาก

ปี 2553-2559 จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นอันดับที่ 1 ที่เข้ามาซึ่งเริ่มเข้ามาติดอันดับที่ 1 ตั้งแต่ปี 2555 แล้วก็ติดอันดับ 1 มาตลอด ถ้าดูนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งมี 777,508 คน จนถึงปี 2559 มี 8,757,466 คน เท่ากับช่วง 7 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นถึง 7,979,958 คน หรือเพิ่มขึ้น 1,026.35% เติบโตสูงมาก

ในขณะที่นักท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียน ถ้าเทียบตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งมี 3,968,579 คน จนถึงปีล่าสุดคือปี 2559 มี 8,658,051 คน เท่ากับว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นถึง 4,689,472 คน เพิ่มขึ้นถึง 118.17% เป็นการเติบโตที่น่าพอใจเลยทีเดียว

บทความแนะนำ