จัดพอร์ตรับความผันผวนปี 2560

วันที่ 10 ก.พ. 2560 เวลา 19:50 น.
จัดพอร์ตรับความผันผวนปี 2560
โดย...CIO, Kiatnakin Phatra Financial Group

เมื่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลาดกังวลต่อค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่และความผันผวนของกระแสเงินทุน จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ตลาดมีความกังวลและจำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในปีนี้ การอ่อนค่าของเงินหยวนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อค่าเงินในเอเชีย รวมถึงค่าเงินบาท

ประเด็นทางการเมืองก็จะยังคงมีความสำคัญ ในปีนี้จะมีการเลือกตั้งสำคัญในเยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อสถาบันการเมืองของยุโรปได้ ส่วนความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนก็มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น

จากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงต่างๆ ที่รออยู่ เชื่อว่า กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว คือ การลงทุนในพอร์ตที่มีการกระจายความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนและในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดรับโอกาสในการเติบโตด้วย โดยนักลงทุนควรปรับสัดส่วนของเงินลงทุนให้มีระดับของความเสี่ยงสอดคล้องกับระดับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคน เชื่อว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว แม้ว่าจะมีความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม

ภาวะตลาดในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงสามารถช่วยลดความผันผวนของการลงทุนได้เป็นอย่างดี

สำหรับแนวทางการจัดพอร์ตการจัดสรรเงินลงทุนในปี 2560 ยังคงน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมไว้ที่ใกล้ Neutral หรือใกล้เคียงกับน้ำหนักที่เหมาะสมในระยะยาว แม้มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในฐานะการลงทุนระยะยาว แต่การปรับตัวขึ้นของหุ้นในระยะหลังก็ทำให้ไม่อยากเสี่ยงเกินจำเป็น ยังมองว่าการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น ตลาดที่ชอบที่สุด คือ ตลาดหุ้นสหรัฐที่น่าจะได้รับผลดีจากนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการปรับลดภาษีเงินได้ภาคธุรกิจให้น้ำหนักลงทุนน้อยกว่าตลาดการลงทุนทั้งตลาดหุ้นยุโรปจากความเสี่ยงด้านการเมืองและตลาดหุ้นในเอเชียแปซิฟิกจากความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ

สำหรับตลาดหุ้นไทยคาดว่าดัชนีน่าจะปรับขึ้นไปได้ถึง 1,680 ภายในสิ้นปี แต่ก็มีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และการฟื้นตัวของกำไรของบริษัทจดทะเบียน ยังแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนเนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยง ในปี 2560 เราแนะนำให้ปรับการลงทุน (1) จากหุ้นปลอดภัยที่แพงไปเป็นหุ้นที่ไม่แพงนัก (2) จากหุ้นขนาดเล็กที่แพงไปเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่ไม่แพง (3) จากหุ้นที่ได้รับแรงผลักดันจากสภาพคล่องมาเป็นหุ้นที่ผลกำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง เราให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ในกลุ่มอาหารกลุ่มพลังงาน กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้เราแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงด้านเครดิต เราแนะนำให้ปรับลดการลงทุนในพันธบัตรไทยลงบางส่วนและปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีอายุของตราสารไม่ยาวมากนัก และเรายังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด ในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรพอสมควร แม้ว่าจะมีความเสี่ยงด้านราคาจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้น

สำหรับทองคำ มองว่าควรมีทองคำในพอร์ตบ้าง เพื่อป้องกันความเสี่ยงแต่ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร และให้น้ำหนัก Neutral การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ยังแนะนำให้มีเงินสดพอสมควร เพื่อเตรียมรับความผันผวนที่รออยู่