ลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยเฟด

วันที่ 05 ก.ย. 2559 เวลา 11:58 น.
ลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยเฟด
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต / email: pichai.ler@thanachart.co.th

ตลาดหุ้นเด้ง หลังนักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

เมื่อวันศุกร์ตลาดหุ้นยุโรปพุ่ง 2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนครึ่ง ดาวโจนส์ ขยับขึ้น 0.42% ทองคำบวก 0.73% หลังสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.ต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.9%

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.8%

ด้านตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค. ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 62.8%

ทั้งนี้ นักลงทุนได้ลดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.สู่ระดับ 18% จากเดิมที่ 27% ส่วนเดือนพ.ย.ปรับลงสู่ 24.8% จาก 31.6% และเดือนธ.ค.ปรับลงสู่ 53.5% จาก 57.6%

อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแกร่งพอที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.

ด้านราคาน้ำมันเด้ง หลังจากประธานาธิบดีรัสเซียส่งสัญญาณให้รัสเซียและกลุ่มโอเปกบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ความเห็นนี้กระตุ้นการคาดการณ์ว่า อาจมีการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงภายในเดือนนี้ น้ำมันดิบเบรนท์เด้ง 3% ปิดที่ 46.83 ดอลลาร์/บาร์เรล

ด้านตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ก่อนดัชนี SET เซหลุดแนวรับ 1530 จุด สัญญาณทางเทคนิคเป็นลบ ก่อนเด้งขึ้นมาปิดอยู่ที่ 1521.48 จุด ท่ามกลางแรงขายของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ต่างชาติชะลอการซื้อ

ปัจจัยบวกภายนอกที่นักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ราคาน้ำมันเด้ง น่าจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยเด้ง แต่จะติดแนวต้าน 1530 และ 1540 จุด ตามลำดับ

หุ้นไทยยังอยู่ในช่วงแกว่งสร้างฐานต่อไป หลังวิ่งขึ้นมาเร็ว โดยมีแนวรับที่ 1500 จุด ติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารยุโรป และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ เช่น ความเชื่อมั่นผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคบริการ และรายงานภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book)

ช่วงตลาดย่อตัวมองเป็นโอกาสลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีโมเดลการทำธุรกิจทีดี หรือกำลังปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจ และ/หรือ ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ แนะซื้อ AOT, BEAUTY, BJC, CHG, CK, HMPRO, ILINK, IRPC, KCE และ ROBINS (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์พื้นฐานของธนชาต)