อีกมิติการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดหุ้นอาเซียน

  • วันที่ 25 ส.ค. 2559 เวลา 10:18 น.

อีกมิติการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดหุ้นอาเซียน

โดย  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย

ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นอาเซียน และตลาดเกิดใหม่ในเอเซีย เป็นที่สนใจของนักลงทุน เพราะตลาดเหล่านี้มีความต้านทานต่อความผันผวนของตลาดโลก  เนื่องด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง  และมีแนวโน้มของการฟื้นตัวในระยะยาว ตลาดหุ้นอาเซียนจึงมีความโดดเด่นโดยเฉพาะในแง่ของผลตอบแทนเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น

ทั้งนี้ หากดูเป็นรายประเทศในกลุ่มอาเซียน  จะเห็นได้ว่าประเทศอินโดนีเซียมีความน่าสนใจมากที่สุด เนื่องจากมีปัจจัยหนุนในประเทศ อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโจโก วีโดโด  ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปงบประมาณประเทศเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลอินโดนีเซียได้เพิ่มงบประมาณการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จาก 1.5% ในปี 2557  เป็น 2.5% ในปี 2559 การผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางภาษีซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 9 เดือน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจโก วีโดโด ยังได้มีการปรับคณะรัฐมนตรีกว่า 13 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 34 ตำแหน่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล ด้วยความเชื่อมั่นในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น  ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซียปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/2559 ที่ GDP +4.9% และไตรมาส 2/2559 ที่เพิ่งประกาศออกมาที่ +5.2% ซึ่งถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดหวัง โดยตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจอันได้แก่  การบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนภายในประเทศน่าจะทำงานได้ดีมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ประเทศฟิลิปปินส์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุนเช่นเดียวกัน  เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับต้นๆของภูมิภาค  โดยคาดการณ์ว่า GDP ในไตรมาส 2/2559 น่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจาก +6.9% ในไตรมาส 1/2559  รวมทั้งมีเสถียรภาพทางการเมืองในระดับสูง ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ได้เข้ารับตำแหน่ง ก็เน้นย้ำถึงการสานต่อนโยบายของประธานาธิบดีคนก่อน  ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่านการเข้าร่วมของภาคเอกชน (PPP) พร้อมยังเน้นย้ำนโยบายที่จะเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและการกระจายรายได้สู่ชนบท ล่าสุดรัฐบาลใหม่ได้อนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานถนนเชื่อม North Luzon Express Way และ South Luzon Express Way (NLEX-SLEX) ภายในเวลาไม่ถึงเดือนหลังจากเริ่มบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก รัฐบาลชุดใหม่เองก็ยังมีแผนงานที่จะปฏิรูปโครงสร้างภาษีของประเทศโดยจะนำเสนอแผนต่อสภาในช่วงเดือนกันยายน 2559 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเสนอให้ลดทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งหากทำได้จริงก็จะส่งผลบวกอย่างต่อเนื่องต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับประเทศมาเลเซียแม้จะได้รับอานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าน้อย แต่ยังคงมีปัจจัยบวกหลายด้านที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในหลายอุสาหกรรม อาทิ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนปัจจัยเรื่องโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ตินสายที่สอง (MRT) และรถไฟฟ้าขนาดเล็กสายที่สาม (LRT)

ส่วนประเทศเวียดนาม  มีแนวโน้มการเติบโตของการบริโภคในประเทศที่ค่อนข้างสูง และยังคงมีความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่มาก ตลอดจนล่าสุดบริษัท Vietnam Dairy Products Joint Stock Company (Vinamilk) ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในประเทศเวียดนาม ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในการเพิ่มการถือครองหุ้นของต่างชาติจาก 49% เป็น 100% ซึ่งลดอุปสรรคในการถือครองบริษัทเวียดนามของผู้ลงทุนต่างชาติ ทำให้ภาพรวมการลงทุนในประเทศเวียดนามที่มีปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น

สำหรับประเทศไทย  ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคเอกชนภายในประเทศน่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น ปัญหาภัยแล้งที่คลี่คลาย หนี้สินครัวเรือนที่ค่อยๆลดลง ตลอดจนอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพในระบบธนาคารพาณิชย์ที่จะปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ  อีกทั้งการลงประชามติซึ่งมีผลรับร่างรัฐธรรมนูญ  เป็นอีกส่วนสำคัญที่ส่งผลดีต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น โดยภาพรวมแล้วอาเซียนจึงเป็นอีกภูมิภาคที่น่าสนใจลงทุน เนื่องจากแนวโน้มตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียนมีทิศทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับจากความพยายามของรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลแทบจะทุกประเทศที่นำไปสู่การจ้างงานและการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป

คำเตือน : ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

จัดทำโดยฝ่ายจัดการกองทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย)

ข่าวอื่นๆ