ยังเป็นทิศทางขาลง

วันที่ 13 มี.ค. 2558 เวลา 09:46 น.
ยังเป็นทิศทางขาลง
โดย...เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก  กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอกการลงทุน

ผมคิดว่า เรื่องเวลานี้ ที่พูดกันมาก กลับไม่ใช้เรื่องของเศรษฐกิจจริงๆ หรือ ตลาดหุ้น เพราะตลาดหุ้นระยะสั้น ผัวผวนและอยู่ในขาลง แต่กลับกลายเป็นเรื่องภาษีที่ดิน ซึ่งยังไม่ได้เกิดขึ้นระยะสั้น ซึ่งปัญหาที่แท้จริง ก็คือ มีการออกมาต่อต้านในแง่แนวคิดค่อนข้างมาก ทั้งๆ ที่ภาษีลักษณะนี้ ในหลายประเทศในโลกก็มีการใช้กัน

เหตุผล ก็คือ ยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน พอจะบอกได้ว่า ผู้มีรายได้น้อย จะไม่เสียประโยชน์อย่างไร แต่ชัดเจนที่สุดก็คือ บุคคลที่ร่ำรวย เขารู้วิธีเสียภาษีเหล่านี้ ให้น้อยลง ซึ่งก็มีการวางแผนภาษีไปหมดแล้ว

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า การทำความเข้าใจ ของกระทรวงการคลังในยุคนี้น้อยไปหน่อย ทั้งๆภาษีที่ดิน กรณีตอบโจทย์ได้ว่า ไม่ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย เดือดร้อน จะมีผลประโยชน์เข้าประเทศอย่างมหาศาล ผมบอกตรงๆ เลยว่า ในแง่รายได้ประเทศไทย กรณีปรับขบวนท่า หลายอย่างและยอมรับว่า จริง การขาดดุล จะไม่เกิดขึ้น เช่น ภาษีที่ดิน,คาสิโน และ ล๊อตตาลี่  เป็นต้น  และการปรับเพิ่มภาษี VAT เป็นสิ่งที่ไม่ควรแตะมากที่สุด เพราะนั้น จะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแรงอยู่แล้ว หายไปทันที

การพึ่งพาเฉพาะการส่งออก 2 ปีนี้ ก็เป็นบทเรียนแล้ว่า ผลลัพท์เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ภาษีที่ดิน หน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องทำก็คือ ทำอย่างไร ให้ประชาชนที่ร่ำรวยจริงๆ และไม่ใช้ที่ดิน เสียประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่เดือนร้อน และที่สำคัญก็คือ การเร่งประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจ เท่านั้นเอง ซึ่งกรณีมองกลับมาตลาดหุ้น กรณีเรื่องนี้ผ่านหรือสำเร็จ และทุกคนยอมรับ .....หุ้นอาจจะขึ้นได้แรงและยั่งยืน เพราะประเทศไทย อาจจะมีสถานะที่มีเสถียรภาพจริงๆ มีเงินจริงๆ ไม่ใช้เป็นเพียงแค่ตัวเลข

วกกลับมาตลาดหุ้นในระยะสั้น การปรับตัวลดลง จนเป็นขาลง นักลงทุนที่มองโลกในแง่ดี อาจจะใช้คำว่า ผันผวน จริงๆ ก็คือ การลงมาเป็นขาลงปัญหาใหญ่ ก็คือ การที่ราคาหุ้นแพงเกินไป ซึ่งผมเคยนำเสนอให้ทุกท่านทราบๆ แล้วในบทความฉบับเก่าๆ และเคยนำเสนอไปแล้วว่า ยังไม่มีการตอบรับต่อราคาตลาดที่แพงเกินไปก่อนหน้านี้ ณ. SET INDEX ที่ 1600 จุด การพิจารณา PE ย้อนหลังที่อยู่ในระดับ 20-22 เท่า  แม้การมองการคาดการณ์กำไรในปี 58 PE ปรับตัวลดลงมาก็ไม่น่าต่ำกว่า 15-16 เท่า ซึ่งก็แปลว่า ยังคงแพงอยู่ดี

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น จึงเป็นการสะท้อนถึงการที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนขึ้นไม่ทันราคาตลาด แม้นักลงทุนทราบถึงประเด็นนี้ แต่ก่อนหน้านี้ การรับปัจจัยดังกล่าว ยังไม่เกิดขึ้น ในราคาหุ้น คำถามต่อมาอาจจะมีมุมมองที่อยากทราบว่า มีประเด็นไหนที่อาจจะทำให้ราคาหุ้นระยะสั้นปรับตัวขึ้นได้ การรอการเพิ่มขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียนอาจจะไม่รวดเร็ว เพราะต้องรอครึ่งปีหลังต้องเศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งต้องยอมรับว่า มีโอกาสแย่กว่าที่คาด สังเกตจากตัวเลขส่งออก และสังเกตจากการลดดอกเบี้ย ของ กนง. ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพในเชิงลบที่เกิดขึ้น

คำตอบก็คือ ต้องอาศัย Fund flow เพราะการสังเกคค่าเงินบาทเทียบกับยูโร จะพบว่า วันที๋ กนง. ประกาศลดดอกเบี้ย ซึ่ง โดยปกติ ค่าเงินต้องอ่อน แต่ปรากฎว่า บาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร เพราะฉะนั้น ต้องสังเกต ว่า จะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาหรือไม่

สำหรับ ทิศทาง SET INDEX ระยะสั้น ยังคงประเมินว่า ตลาดยังอยู่ในช่วงการปรับฐานต่อไป กรอบการดีดกลับที่เกิดขึ้น จะไม่น่าผ่าน แต่การลงสู่เป้าหมายที่ 1500 จุด เป็นสิ่งที่เป็นไปได้อยู่แล้ว สถานการณ์ ณ.ปัจจุบันจะต้องมาลุ้นกันว่า จะต่ำกว่า หรือไม่ ก็เท่านั้น !