ตีโจทย์ให้แตก

  • วันที่ 10 ม.ค. 2558 เวลา 20:40 น.

ตีโจทย์ให้แตก

โดย...เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก  กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอกการลงทุน

ต้องย้อนไปก่อนว่า ทิศทางการลงทุน ในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้สิ่งที่เราเห็นก็คือ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นในช่วงตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม  เมื่อมามองสถานการณ์ปัจจุบันหลายคนประเมินว่า  เหตุผลจริงๆ มาจากปัจจัยในต่างประเทศแต่ยกตัวอย่างเช่น เขาประเมินว่าผลกระทบเกิดจากสถานการณ์การเมืองที่กรีซ เป็นต้น ซึ่งอันที่จริงแล้วภาพหลักๆ ที่ต้องยอมรับว่า ทำให้ ทิศทางตลาดหุ้นไทยปรับตัว เหตุผลที่ชัดเจนก็คือ หนึ่ง.เศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด และ สอง.การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน

เหตุผลที่หนึ่ง นั้นง่ายมากที่จะอธิบายเพราะว่า ตัวเลข GDP ในปี 57 มีการฟ้องไว้อยู่แล้วว่า การเติบโตที่เกิดขึ้น ต่ำกว่า ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และวิธีการดูการคาดการณ์ในยุคนี้ง่ายมาก ก็คือ ให้ย้อนดูการคาดการณ์ปี 57 ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 56 เพราะมีการบันทึกไว้ตามสื่อ internet ต่างๆ ไว้อยู่แล้ว และห้ามดูการปรับประมาณการณ์เพราะนั้นไม่มีประโยชน์ในการคาดการณ์เช่น จะคาดการณ์ในปี 57 แต่ปรับการคาดการณ์ในช่วงครึ่งหลังปี 57 ซึ่งตัวเลขออกไปมากกว่า 50% จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเรียกว่า การคาดการณ์ ซึ่งจะพบว่า ตัวเลขการเติบโตที่เกิดขึ้น ต่ำกว่าที่คาด จนทำให้ตัวเลข GDP ล่าสุดมีโอกาสจะอยู่ที่ระดับ ต่ำกว่า 1% เพราะฉะนั้นการที่เศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่คาด กำไรบริษัทจดทะเบียนก็ต้องต่ำกว่าด้วย ,เหตุผลที่สอง การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน แม้จะส่งผลทำให้ต้นทุนลดลง อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาว แต่ระยะสั้น เนื่องจากตลาดหุ้นไทยการถ่วงน้ำหนัก ในกลุ่มพลังงานยังมีผลต่อ SET INDEX สูงมากจึงไม่แปลกอะไรในสิ่งที่เกิดขึ้น

นั้นก็คือ เหตุผลการตีโจทย์ให้แตกว่า หุ้นลงเพราะอะไร กล่าวง่าย ๆก็คือ ณ.ที่ SET INDEX 1600 จุด นั้นหุ้นแพงไป กำไรบริษัทจดทะเบียนในปีที่แล้วปีนขึ้นไปไม่ถึง อีกทั้งการลงของราคาน้ำมัน น่าจะมีผลโดยตรงที่จะทำให้ กำไรของกลุ่มพลังงานลดลง กลับมาสู่ สถานการณ์ปัจจุบัน เพราะเปิดตลาดหุ้นไทย 2 วันแรกมีการปรับตัวลดลง ซึ่งการดีดกลับในวันต่อมาก็ค่อนข้างแรง จนทำให้ดูเสมือนว่า เมฆร้ายที่ปกคลุมน่าจะหายไปแล้ว ทั้งๆ ราคาน้ำมันยังไม่มีการปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้องมองให้ดี คือ ตีให้แตกเหตุผลจริงๆ ก็คือ มีการคำนวณว่า กรณีราคา LPG ขึ้น และการคำนวณราคาหน้าโรงกลั่นมีผลทำให้กลุ่ม PTT ทั้งหมด ไม่ว่าทำธุรกิจอะไร ได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น (มองในมุม PTT คือ เสียประโยชน์ที่ต้องไปช่วยน้อยลง) นั้นก็คือ เหตุผลสำคัญที่ทำให้จิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานกลับมาดี

กลับมาสู่ SET INDEX ล่าสุด ในมุมของการวิเคราะห์ทางเทคนิค จะพบว่า มีการปรับตัวขึ้นมาแนวต้านที่ 1520 ซึ่งในบริเวณนี้ สำคัญมากกล่าวคือ กรณี SET INDEX จะลงได้อีก จะยืน 1500-1520 ไม่ได้ แต่กรณียืนได้ มีโอกาสที่แนวโน้มหลักจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม กรณีพิจารณาจากภาพใหญ่ในกราฟ SET INDEX รายสัปดาห์ ก็ยังคงกังวลการเกิดภาพ DOUBLE TOP ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระมัดระวัง ในการลงทุนในช่วงต้นปี และสอดคล้องกับในแง่ปัจจัยทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักในช่วงต้นปี และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน

บทสรุป ในสิ่งที่เกิดขึ้น  ต้องการนำเสนอการตีโจทย์ให้แตกและหาสาเหตุที่แท้จริง ว่า หุ้นขึ้นหรือลงเพราะอะไร แต่สำหรับทิศทางระยะสั้น แม้สถานการณ์ดีขึ้นมากๆ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ การยืนในบริเวณ 1500-1520 สามารถทำได้หรือไม่ เพราะการยืนได้ของ SET INDEX จึงเป็นสัญญาณที่ต้องกลับมาพิจารณาว่า แนวโน้มของดัชนีจะเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้นหรือไม่ เนื่องจากในแง่ปัจจัยต้องยอมรับว่า ต้นปี ยังมีความเสี่ยง และยังการันตีไม่ได้ว่า จุดต่ำสุดของ SET INDEX นั้นเกิดขึ้นไปแล้ว ?

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ