กลยุทธ์จัดพอร์ตเดือนส.ค.

วันที่ 15 ส.ค. 2556 เวลา 21:02 น.
กลยุทธ์จัดพอร์ตเดือนส.ค.
โดย...Phillip Fund SuperMart 

ในระยะสั้นมาตรการ QE จะกลับมาสร้างความกังวลกันอีกรอบ กดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นไทยที่โดนแรงกดดันจากเรื่องการเมืองในประเทศซํ้าเข้าไป ทำให้ในระยะสั้นอาจยังไม่ดีนัก แต่มองระยะยาวยังน่าลงทุน เป็นโอกาสสะสมกองทุนหุ้น LTF และ RMF สำหรับนักลงทุนระยะยาว

ความกังวลเรื่อง QE กำลังจะหวนกลับมา

หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเดือนที่แล้วยังส่งสัญญาณบวกออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (แม้ว่าจะน้อยกว่าคาดก็ตาม) แต่อัตราการว่างงานที่ลดลงเกินกว่าคาด ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐดูดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องระยะสั้นกลับสร้างแรงกดดันต่อ FED มากขึ้นต่อการปรับลดขนาดของมาตรการ QE ซึ่งคาดกันไว้ว่าจะเริ่มลดในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้เรามองถึงความผันผวนที่จะกลับมาอีกครั้ง แต่หากมองให้ไกลขึ้นหลังจาก QE เริ่มลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องกลับไปจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะออกมาต่อจากเดือน ก.ย. ซึ่งหากไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง เชื่อว่าราคาสินทรัพย์เสี่ยงจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

การเมืองกดดัน SET Index ปรับตัวสวนทางการฟื้นตัวตลาดโลก

หลังจากเศรษฐกิจไทยร้อนแรงกันมาต่อเนื่อง เริ่มเห็นการชะลอตัวลงบ้าง และเดือน ส.ค.ยังมีการเมืองที่เคยเป็นคลื่นใต้น้ำ ตอนนี้กลับมาสร้างกระแสให้นักลงทุนได้กังวลกันเป็นระยะๆ ทำให้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน ปริมาณการซื้อขายปรับตัวลดลงชัดเจน ซึ่งหากไม่มีการกระทบกระทั่งกันรุนแรงกว่าที่คาดกันไว้ เชื่อว่าสถานการณ์ของตลาดหุ้นจะเริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น เรายังเชื่อมั่นการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทย บริษัทจดทะเบียนไทยยังมีความแข็งแกร่ง ทำให้เรามองการปรับตัวลดลงเป็นโอกาสสะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวในกองทุน LTF และกองทุนหุ้น RMF

กลยุทธ์การจัดพอร์ต Fixed Income Fund มองเป็นจังหวะสะสมหุ้น โยกเงินจากกองทุนตลาดเงินลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่ม

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่แนวโน้มยังไม่น่าจะได้รับการปรับเพิ่มขึ้น แถมยังมีแนวโน้มที่อาจจะลดลงได้ จากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง และอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่ได้สร้างแรงกดดันแต่อย่างใด ทำให้อัตราผลตอบแทนของตลาดเงินและตราสารหนี้ยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองและมาตรการ QE ที่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงไปค่อนข้างมากแล้ว ระยะสั้นอาจยังมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่มองระยะยาวแล้วเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุน เป็นจังหวะที่ดีสำหรับทยอยโยกเงินในกองทุนตลาดเงินที่ให้พักไว้ กลับมาสะสมกองทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม

Equity Fund ระยะสั้นมีโอกาสผันผวน แต่เชื่อระยะยาวยังน่าสนใจเป็นจังหวะสะสม LTF, RMF

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วช่วยหนุนความน่าสนใจของตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ระยะสั้นคงต้องระมัดระวังกับปัจจัย QE ที่คาดว่าจะถูกปรับลดขนาดมาตรการลงในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้เดือน ส.ค.ตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวน โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่โดนซ้ำเติมด้วยปัจจัยการเมืองในประเทศที่ทำให้นักลงทุนยังคงรอดูสถานการณ์กันอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สร้างแรงกดดันอยู่ตอนนี้ไม่ได้กระทบตลาดหุ้นในระยะยาว

เราจึงมองว่าการปรับตัวลดลงรอบนี้เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการสะสมกองทุน LTF และกองทุนหุ้น RMF โดยกองทุนที่แนะนำคือ KFLTFDIV และ ABSC-RMF

Alternative Investmentกองทุนทองคำยังต้องระวัง ส่วนกองทุนน้ำมันแนะนำเก็งกำไร

ราคาทองคำยังคงตกอยู่ในภาวะเสี่ยง นักลงทุนยังคงขายทองคำออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากการถือครองทองคำของ SPDR Gold Trust กองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ลดการถือครองทองคำลงอย่างต่อเนื่องเหลือแค่ 910.53 ตัน (7 ส.ค. 2556) โดยมีปัจจัยการลดขนาดมาตรการ QE เป็นตัวแปรสำคัญ หากมีการปรับลดมาตรการลงจริง น่าจะส่งผลลบให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้อีก ระยะสั้นถ้าคิดจะซื้อเพิ่มเราแนะนำให้รอดสถานการณ์ก่อนจะดีกว่า ส่วนใครที่ถืออยู่แนะนำให้คงสถานะเดิมไว้ต่อไป

ส่วนราคาน้ำมันช่วงที่ผ่านมาได้แรงบวกจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วฟื้นตัวดี และปัญหาอุปทานในตะวันออกกลาง หนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งทดสอบจุดสูงสุดเดิม เราแนะนำเก็งกำไรกองทุน K-OIL เป้าหมายทดสอบ High เดิม 110-115 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และตัดขาดทุนหากหลุด 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล