ตัวเต็ง มีลุ้นมงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

วันที่ 25 ก.ค. 2560 เวลา 15:17 น.
ตัวเต็ง มีลุ้นมงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017
โดย...วราภรณ์ ภาพ : ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

เป็นอีกปีที่กองเชียร์และเหล่าคณะกรรมการตัดสินใจยากมาก ที่จะมอบมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ให้กับสาวงามจาก 1 ใน 40 คน เพราะแต่ละคนผ่านเข้ารอบมาด้วยโปรไฟล์คุณภาพแบบคับแก้ว ทั้งความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ที่สำคัญคือทัศนคติที่ดี ซึ่งทุกคนก็มีสิทธิลุ้นมงกุฎด้วยกันทั้งนั้น ในข้อนี้ ชิชญาสุ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ก็คิดเห็นเช่นนั้น

ไม่ว่าจะเป็นตัวเต็ง อย่างสาวงามหมายเลข 5 มารีญา-มารีญา พูลเลิศลาภ วัย 25 ปี เจ้าของส่วนสูงที่สุดในปีนี้คือ 183 เซนติเมตร (ซม.) ลูกครึ่งไทย-สวีเดน ดีกรีปริญญาโทด้านการตลาดจากสตอกโฮล์ม บิซิเนส สกูล ประเทศสวีเดน แม้จะหน้าลูกครึ่งแต่เตรียมฝึกฝนภาษาไทยให้คล่อง อ่านข่าวเพิ่มความรู้และโกรกผมสีน้ำตาลเข้ม รับกับสีนัยน์ตา

ถามข้ามช็อตไปว่าหากคว้ามงกุฎนี้ไปครอง เธอจะเน้นการทำงานด้านใดเป็นพิเศษ มารีญาบอกว่า อยากช่วยเหลือสังคมในด้านเด็กและสตรีตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาสตรีตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของประเทศไทย มีความรุนแรงเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย เธอจึงอยากรณรงค์ให้ผู้หญิงที่อยู่วัยเรียนกล้าที่จะปฏิเสธ รวมทั้งการให้การศึกษาก็สำคัญยิ่ง

“ตอนนี้โชคดีที่เราจะเรียนที่ไหนก็ได้เพราะอินเทอร์เน็ตทำให้เราเรียนรู้ได้ทุกที่ เพื่อรู้จักป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากปัญหานี้ ประกวดช้าไปหน่อย ที่ผ่านมามีคนทาบทามสนับสนุนให้มาประกวด ทั้งเพื่อนในวงการนางแบบ รวมถึงครอบครัวมาตั้งแต่มารีญาเด็กๆ แล้ว แต่มารีญาเพิ่งพร้อมปีนี้ เพราะเพิ่งจบปริญญาโทมา อยากเห็นโลกให้กว้าง อยากมีความมั่นใจ แต่มาประกวดปีนี้ก็มั่นใจเกินร้อย อยากทำทุกอย่างที่ทำได้ ที่สำคัญอยากช่วยประเทศชาติปีนี้คิดว่าพร้อมแล้ว มารีญาคิดว่าทุกคนก็คาดหวังกับเวทีประกวดหวังมากเหมือนกันที่จะก้าวไปไกลจนถึงเวทีมิสยูนิเวิร์ส”

แม้หน้าฝรั่งจ๋า แต่มารีญาก็ยังยืนยันว่าเธอเป็นคนไทย ชอบกินอาหารไทยที่สุด จะมีใครสักกี่คนรู้ว่ามารีญาชอบกินตำซั่วมากที่สุด แต่ใส่พริกแค่ครึ่งเม็ด (น่าเอ็นดู๊) เพราะอยากกินแบบสบายๆ

ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น สาวงามหมายเลข 3 วัย 23 ปี ลูกครึ่งไทย-แคนาดา ส่วนสูง 181 ซม. จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ การเคลื่อนไหว สาขาทั่วไป จากมหาวิทยาลัยคลาการี ประเทศแคนาดา เรื่องความสวยไม่ต้องพูดถึง เพราะเคยคว้ารองอันดับ 1 นางสาวไทยปี 2556 มาแล้ว สำหรับเวทีนี้เธออยากทำตามความฝันของตัวเอง

“การเป็นนางงามไม่ใช่สวยแค่ภายนอก แต่ต้องสวยแบบมีเสน่ห์ด้วยความคิดและทัศนคติ แม้จะกดดันบ้างแต่หนูมีคติว่าอย่าให้ความกลัวมาหยุดเรา และทำให้เราทำสิ่งที่เรารักไม่ได้ จึงตั้งใจทุ่มเทให้การประกวดครั้งนี้เต็มที่ จริงๆ อันนี้เป็นความฝันก็ตั้งใจ ทุ่มเทอยากให้ไปได้ไกลที่สุด” ปีนี้เธอพร้อมเต็มที่ทั้งเรียนจบและดูแลรูปร่างจากหนัก 78 กิโลกรัม มามีรูปร่างที่ดีแล้ว อีกทั้งฝึกพูดภาษาไทย ฉ กับ ช ให้ชัดขึ้น บุคลิกภาพ การตอบคำถามต้องอ่านข่าวให้เยอะขึ้น อะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา

“เรื่องการตอบคำถามบนเวที หนูเคยมีประสบการณ์บนเวทีแรก ช่วงตอบคำถามหนูตื่นเต้นมาก สติหลุด ตอบไปได้แค่ครึ่งเดียว แล้วหนูหยุดเลย ปีนี้หนูมีประสบการณ์เวลาเจอคำถามบนเวที หนูคิดว่า จะไม่ยิ้มและจะไม่แคร์เรื่องความสวย หนูต้องตั้งสติฟังคำถามให้ดีเพราะเราจะได้ฟังให้เคลียร์เพียงแค่ครั้งเดียว”

ด้าน หมายเลข 7 กรอง-กรองทอง จันทรสมโภช สาวไทยแท้ อายุ 20 ปี สูง 175 ซม. เจ้าของสัดส่วน 32-25-35 นิ้ว เพิ่งสอบชิงทุนยูเนสโกได้เป็นว่าที่นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซ็นทรัล ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

กรองทองเล่าว่า เธอชื่นชอบการประกวดนางงามมาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่จุดประกายความคิดและผลักดันตัวเองให้มาประกวดคือ เมื่อได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปศึกษาประเทศฝรั่งเศส 1 ปี ทำให้ตนเองได้เปิดโลกทัศน์กว้างขึ้น นอกจากความสามารถพูดได้ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส แล้วยังเตรียมความพร้อมด้านบุคลิกภาพ การโพสท่า ฝึกพูดหน้ากระจกทุกวัน

“ความสนใจทางด้านภาษาของหนูมีแรงจูงใจ หนูอยากเปิดประสบการณ์อยากเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาใหม่ๆ มันต้องกล้าที่จะลอง ต้องกล้าออกมาจากจุดที่เราไม่กล้า อย่าอาย ตอนนั้นกรองก็เคยกลัว ตอน ม.6 รู้สึกเลยว่าหนูจะอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว ต้องกล้า ถ้าเราไม่กล้าเวลาจะผ่านไปเรื่อยๆ” อย่างเช่นการประกวด เธอมีจุดมุ่งหมายอยากเพิ่มประสบการณ์ให้กับตนเอง

“จริงๆ หนูเป็นเด็กพูดเร็วและห้าวๆ มาปีนี้หนูเห็นว่าช่วงเวลาและโอกาส หนูอยู่ไทยพอดี มาตามฝันเถอะ ถ้าหนูได้ตำแหน่งหนูอยากไปเผยแพร่วัฒนธรรมให้ต่างชาติได้รู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่ผู้หญิงสวย หญิงไทยมีเอกลักษณ์เรื่องมารยาท การวางตัว แต่กังวลเหมือนกันตอนอยู่บนเวทีเพราะหนูเป็นคนสติแตก ก็ต้องระงับสติอารมณ์ ต้องมุ่งมั่น ตั้งใจ ตั้งสติเพราะโอกาสมีเพียงครั้งเดียว หนูไม่รู้ว่าถ้าหนูพลาดครั้งหน้าจะมีอีกไหม เพราะโอกาสดีๆ ไม่ได้หยิบยื่นให้เราทุกครั้ง เราต้องคว้าไว้ เพื่อในอนาคตไม่ต้องมาเสียใจ คิดว่าความรู้ด้านภาษาจะไปไกลแค่ไหนก็น่าจะช่วยได้แต่หนูก็ไม่ได้เก่งมากเพราะเพิ่งจะเริ่มเรียน พยายามเรียนรู้เรื่อยๆ”

สาวงามผู้เข้าประกวดหมายเลข 38 โบว์-สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เจ้าของตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ ปี 2560 กล่าวถึงการเตรียมตัวบนเวทีที่ใหญ่ขึ้นว่า ต้องเตรียมตัวทุกด้าน พัฒนาบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เป็นคนพูดเร็วก็พยายามปรับให้พูดช้าลง จะทำให้ดีที่สุด ได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะทำเต็มที่แล้ว

“ทุกปีที่นางสาวเชียงใหม่มาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จะได้เข้ารอบอย่างน้อย 10 คนสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้นำมากดดันตัวเอง เพราะจะทำให้เราทำออกมาได้ไม่ดี แรงบันดาลใจในการเข้าประกวด เพราะมีคนมักทักตั้งแต่เด็กๆ ว่าหน้าตาน่ารักจัง  

ตอน 11 ขวบ หนูก็เริ่มดูนางงามและคิดฝันว่า วันหนึ่งหนูก็อยากอยู่บนจุดมิสยูนิเวิร์สให้ได้ จริงๆ ไม่ได้คาดหวังว่าต้องได้ที่ 1 แต่วันประกวดจริงขออย่าให้ตัวเองตื่นเต้นมากเกินไป เพราะเวลาหนูตื่นเต้นจะทำให้โชว์ภาพรวมออกมาได้อย่างไม่เต็มที่ ตอนนี้ก็เลยฝึกควบคุมสติตัวเอง เพราะสติสำคัญมาก ฝึกตัวเองโดยการมองหน้ากระจก หนูมักประหม่าเวลาเจอกล้อง ก็ต้องฝึกตั้งกล้องไว้ในห้องและพยายามมองกล้องในห้อง และหนูก็ฝึกซ้อมเดินทุกวัน  เพื่อให้เราชิน ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ยิ่งการตอบคำถามมันคือการตอบแบบฉับพลัน มันขึ้นอยู่กับสติและประสบการณ์ แต่หนูจะเน้นการตอบที่เป็นธรรมชาติมากกว่า ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตอบให้ตรงคำถาม ตรงประเด็น”

นอกจากรอยยิ้มพิมพ์ใจแล้ว ท่วงท่าการไหว้ยังงดงาม สำหรับหมายเลข 22 ลูกศร-ธนพร สรนันท์ วัย 26 ปี แอร์โฮสเตสสายการบินเอมิเรตส์ เผยถึงความรู้สึกในการประกวดนางงามว่า ไม่เคยคิดที่จะมาประกวดเลย แต่มีคนเชียร์ให้ประกวดตั้งแต่เด็กๆ

“แต่ก่อนคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม ลูกศรไม่ใช่นิยามความสวยของคนไทย คนไทยชอบผู้หญิงขาวๆ ตัวเล็กๆ พอลูกศรมีประสบการณ์ได้ไปทำงาน ได้เห็นโลกว่าเพื่อนต่างชาติเขามองว่าเราสวยนี่หน่า ทำให้ลูกศรได้ความมั่นใจ เราควรกลับมาเพื่อทำอะไรสักอย่างให้คนไทยได้รู้ว่า แบบเรานี่แหละคือสวยนะ และอยากเป็นแบบอย่างให้ผู้หญิงไทยคนอื่นๆ ที่มีผิวแบบลูกศรรู้สึกมั่นใจ ซึ่งการเตรียมตัวทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญมาก ที่มีไฟลต์บินกลับมาไทยพอดี” การเป็นแอร์โฮสเตสรอยยิ้มจะช่วยแก้ไขทุกอย่าง ซึ่งทั้งเพื่อนๆ และแฟนคลับก็น่าจะเอ็นดูและรู้สึกถึงความเป็นมิตรที่อยู่ในตัวลูกศร มีอะไรยิ้มไว้ก่อน และทำให้เธอไปต่อได้

สาวงามหมายเลข 8 พิม-พิมสุดา พันธ์โภคา มาพร้อมความใส วัย 20 ปี สูง 172 ซม. กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาปิโตรเคมีและวัสดุพอลิเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

“พิมมาประกวด เพราะคุณลุงคุณแม่อยากให้มาประกวดเพื่อทดลองศักยภาพ พิมก็โอเค เคยดูในทีวีเห็นนางงามก็คิดว่าสวยจังเลย อยากเป็นบ้าง โตมาก็คิดว่าเราสวยพอไหมนะ ความคิดอยากเป็นนางงามหายๆ ไปบ้าง ก็เริ่มมองอาชีพที่มั่นคง จึงเลือกเรียนวิศวะ ปีนี้พิมคิดว่า พิมอายุยังได้ อีกทั้งยังปิดเทอมช่วงเวลาได้ รวมทั้งน่าจะมีศักยภาพในตัวบ้าง จริงๆ ไม่ได้คาดหวังว่าจะถึงรอบ 40 คน แต่พิมคิดว่าน่าจะทำหน้าที่ในแต่ละรอบให้เต็มที่ เดินให้ดูสวย พิมอยากเป็นผู้หญิงที่ตอบคำถามแล้วดูดี ก็ต้องฝึกค่ะ”