รางวัลสตันต์แมนไทย กำลังใจแด่นักบู๊ใจเกินร้อย

วันที่ 26 พ.ค. 2554 เวลา 07:30 น.
เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สตันต์สโลแกนดังรู้จักกันทั้งเมือง

เรื่อง อินทรชัย พาณิชกุล

เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สตันต์สโลแกนดังรู้จักกันทั้งเมือง หลังซูเปอร์สตาร์หนังแอ็กชันคนใหม่ จา-พนม ยีรัมย์ แจ้งเกิดในภาพยนตร์เรื่ององค์บากเมื่อหลายปีก่อน

วงการสตันต์แมนที่เคยหงอยเหงา ก็พลันตื่นฟื้นกลับมามีสีสันชีวิตชีวาอีกครั้ง หนุ่มสาวใจเกินร้อยตบเท้าเข้าสู่อาชีพนี้ด้วยความหวังอยากจะมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนอย่างฮีโร่ในดวงใจของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งความจริงน่าเศร้าที่นักแสดงแทน หรือสตันต์แมนเหล่านี้กลับไม่ได้รับการยกย่องให้เกียรติ ให้คุณค่าเท่าที่ควร แม้ในกองถ่ายหรืองานแจกรางวัลต่างๆ นั้นมีรางวัลให้กับคนทำงานทุกสาขา แต่วีรบุรุษผู้อยู่เบื้องหลังฉากเสี่ยงตายต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดจนแทบเอาชีวิตไม่รอด กลับไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือใดๆ

จนเมื่อเร็วๆ นี้ นับเป็นเรื่องดีสำหรับบ้านเราที่ได้มีการมอบรางวัลสตันต์แมนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 1 (1st Thailand Stunt Award) เพื่อเป็นการเชิดชูผลงานและความสามารถให้กำลังใจกันและกัน ทั้งยังสร้างโอกาสและช่องทางส่งเสริมในวิชาชีพสตันต์แมนให้ก้าวไกลไปในวงการหนังระดับนานาชาติ

“เบื้องหลังความสำเร็จของหนังหลายเรื่อง นักแสดงแทนหรือสตันต์แมนมีบทบาทสำคัญแทบทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะหนังบู๊แอ็กชันเท่านั้น แต่ประเภทโรแมนติก ตลก หรือแม้แต่หนังผีที่ส่วนใหญ่มักจะต้องมีฉากน่าหวาดเสียว หรือฉากเสี่ยงเจ็บเสี่ยงตายต้องพึ่งสตันต์แมนทั้งนั้น”

เป็นประโยคอัดอั้นตันใจของอดีตสตันต์แมนหนุ่ม คมสันต์ บุญเสร็จ เจ้าของบริษัท ลมกระซิบ ฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ผันตัวเองมาเป็นโต้โผในการจัดงานครั้งนี้

คมสันต์ เผยว่า ในต่างประเทศ สตันต์แมนมีรายได้สูงมาก และมีเกียรติเสมอดาราดัง แต่เมื่อเทียบกับเมืองไทยแล้ว ทั้งรายได้ สวัสดิการต่างๆ รวมถึงการยกย่องให้ความสำคัญช่างน่าทอดถอนใจยิ่งนัก

“หลายปีมานี้ สตันต์แมนไทยได้รับการยอมรับอย่างมากในสายตาชาวต่างชาติ หนังต่างประเทศนิยมใช้บริการสตันต์ไทย เพราะเขาชมว่าใจถึง ทรหดอดทน แถมยังฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวอันเป็นเอกลักษณ์หลายแขนง ทั้งแม่ไม้มวยไทย กระบี่ กระบอง พลอง ดาบ มวยโบราณ ฟรีรันนิง”

“ปัจจุบันจำนวนน่าจะอยู่ที่ 200 กว่าคนได้ กระจัดกระจายไปตามงานภาพยนตร์ ละคร โชว์ตามอีเวนต์ต่างๆ รายได้ไม่เหมือนกัน มีตั้งแต่วันละ 300-500 บาทต่อคน จนถึงคิวละ 5,000 บาท แล้วก็มีอีกหลายทีมที่ส่งพวกมือดีๆ ไปเมืองนอก รัสเซีย อินเดีย มาเลเซีย ยุโรป จนถึงฮอลลีวูด บางคนเคยรับค่าตัวเรื่องเดียวถึง 45 แสนบาท”

“แต่ในบ้านเรากลับไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญงานแจกรางวัล คนเบื้องหลังอื่นๆ เขามีหมด สตันต์ไม่มี หรือแม้แต่ในกองถ่าย สตันต์แมนเหมือนตัวประกอบทั่วไป เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อาหารการกิน สิ่งอำนวยความสะดวก ทีมแพทย์ ไม่ค่อยได้รับการดูแลเอาใจใส่ ต้องดูแลกันเอง บางคนเล่นหนักมาก เจ็บฟกช้ำไปทั้งตัว แต่ด้วยรักศักดิ์ศรีเขาก็ไม่ยอมแสดงออกมา สุดท้ายได้ค่าตอบแทนมานิดหน่อย ไปนอนโรงพยาบาล ค่ารักษาก็ไม่พอ แถมไม่มีคนในกองถ่ายมาเยี่ยมแม้แต่คนเดียว”

ด้านตำนานสตันต์แมนเมืองไทย พันนา ฤทธิไกร ผู้กำกับคิวบู๊ชื่อดัง บอกว่ารู้สึกยินดีที่มีรางวัลสตันต์แมนยอดเยี่ยมเกิดขึ้นในเมืองไทยเสียที

“ผมภูมิใจมากที่สมัยนี้สตันต์แมนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น อยากฝากไปถึงคนหนุ่มสาวที่จะเข้ามาตรงนี้ว่าอย่ามาเพราะอยากดัง อยากรวย แต่ควรมาด้วยใจรัก สตันต์เป็นเรื่องของความเสี่ยง ความเป็นความตาย มันอันตราย อย่างน้อยที่สุดต้องมีพื้นฐาน ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ขยันอดทน หมั่นฝึกฝน ที่สำคัญที่สุด มันอยู่ที่ใจรัก”

ภายในงานมอบรางวัลสตันต์แมนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 1 ณ โรงละครอักษรา เธียเตอร์ คิง พาวเวอร์ ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีแขกผู้มีเกียรติในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะดารานักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการหนัง แม้แต่สื่อมวลชนเองมาร่วมงานค่อนข้างบางตาอย่างน่าใจหาย

สำหรับผู้ได้รับรางวัลสตันต์แมนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 1 ทั้ง 8 สาขา ประเภทเกียรติยศ รางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ ตกเป็นของ ฉลอง ภักดีวิจิตร ผู้กำกับอาวุโสเจ้าของฉายาเจ้าพ่อหนังแอ็กชัน รางวัลเกียรติยศผู้กำกับภาพยนตร์สาขาแอ็กชัน พันนา ฤทธิไกร ตำนานสตันต์แมนเมืองไทย รางวัลเกียรติยศนักแสดงภาพยนตร์สาขาแอ็กชัน จารุณี สุขสวัสดิ์ นางเอกนักบู๊ตลอดกาล

รางวัลการต่อสู้ยอดเยี่ยม ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่องจีจ้าดื้อสวยดุ (ฉากการต่อสู้และโหนกระโดดข้ามไปมาของกลุ่มนักแสดงนำและสตันต์บนสะพานแขวนที่ซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น) รางวัลสตันต์ไฟยอดเยี่ยม จากหนังเรื่องโคตรสู้โคตรโส (ฉากสตันต์แมนถูกไฟเผาทั้งตัวเป็นเวลานานกว่า 30 วินาที) รางวัลสตันต์ทำงานบนที่สูงยอดเยี่ยม จากเรื่องโคตรสู้โคตรโส (ฉากสตันต์ 2 คนไล่ต่อสู้กัน และกระโดดไปมาบนโครงปูนของอาคารสูง) รางวัลควบคุมยานพาหนะยอดเยี่ยม จากเรื่องมายเบสท์บอดี้การ์ด (ฉากการขับรถยนต์ไล่ล่าระหว่างสองฝ่ายบนถนน มีการกระแทกและชนกันของตัวรถ และมีรถที่ไม่เกี่ยวข้องกับสองฝ่ายสัญจรร่วมด้วย)

รางวัลสตันต์ความสามารถพิเศษยอดเยี่ยม เรื่ององค์บาก 3 (ฉากนักแสดงนำโหนกับงาช้างเหวี่ยงไปเตะคู่ต่อสู้ รวมทั้งการกระโดดไปมาและต่อสู้บนหลังช้าง) รางวัลผู้กำกับฉากแอ็กชันยอดเยี่ยม ประดิษฐ์ สีเหลี่ยม จากเรื่องมายเบสท์บอดี้การ์ด รางวัลสตันต์หญิงยอดเยี่ยม จีจ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ จากเรื่องจีจ้าดื้อสวยดุ รางวัลสตันต์ชายยอดเยี่ยม จา-พนม ยีรัมย์ จากเรื่ององค์บาก 3 และรางวัลฉากเสี่ยงตายยอดเยี่ยม จากเรื่ององค์บาก 3 (ฉากการต่อสู้ระหว่างนักแสดงและสตันต์กลุ่มหนึ่งบนหลังช้าง รวมทั้งการโหนกับงาช้างเหวี่ยงไปปะทะคู่ต่อสู้ และเตะสตันต์ตกลงมาจากหลังช้าง)

“ไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าอยากให้ทุกคนรู้ว่าสตันต์แมนก็มีตัวตน มีหัวใจ มีศักดิ์ศรี มีเรี่ยวแรงพละกำลังสร้างสรรค์ผลงานดีๆ รางวัลนี้จึงเปรียบเสมือนการให้กำลังใจเหล่าสตันต์แมนทุกคนว่าพวกคุณก็เป็นบุคลากรสำคัญที่มีคุณภาพโดดเด่น เพื่อเขาจะได้รู้สึกยินดี ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพสตันต์แมน และมีกำลังใจที่จะทำงานหนัก ผลิตผลงานดีๆ ออกสู่สาธารณชนต่อไป”

ขอปรบมือให้กำลังใจเหล่าสตันต์แมนผู้กล้ามา ณ ที่นี้