เอสเพอแรนซา สปอลดิง ยอดหญิงคนใหม่แห่งแจ๊ส

วันที่ 22 ก.พ. 2554 เวลา 07:42 น.
ใครคือ เอสเพอแรนซา สปอลดิง?เธอคือ คนที่ทำให้ จัสติน บีเบอร์ ผิดหวัง โดยการชิงรางวัลศิลปินหน้าใหม่แกรมมี่ปี 2011 กลับบ้านไปครอง และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นศิลปินแจ๊ซคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ 

โดย... เพ็ญแข

ใครคือ เอสเพอแรนซา สปอลดิง?เธอคือ คนที่ทำให้ จัสติน บีเบอร์ ผิดหวัง โดยการชิงรางวัลศิลปินหน้าใหม่แกรมมี่ปี 2011 กลับบ้านไปครอง และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นศิลปินแจ๊ซคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้

เพราะความสามารถทางด้านดนตรีอันโดดเด่น เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เธอได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์สอนดนตรีที่อายุน้อยที่สุดในสถาบันดนตรีชั้นนำของโลกอย่าง เบิร์กลี คอลเลจ ออฟ มิวสิก

เธอยังเป็นนักดนตรีที่ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา โปรดปรานและเคยร่วมงานกับระดับปรมาจารย์ทางด้านแจ๊ซมาแล้วมากมายหลายคน

เอสเพอแรนซา สปอลดิง เคยออกอัลบั้มร่วมกับวงมาแล้ว 8 ชุด และอัลบั้มเดี่ยวมาแล้ว 3 ชุด เธอฝันว่าจะได้รับรางวัลแกรมมี่สักตัวในฐานะศิลปินแจ๊ซ การถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขารางวัลศิลปินหน้าใหม่ของปีนี้เป็นเรื่องสุดเซอร์ไพรส์สำหรับเธอและคนทั่วโลก ที่เฝ้าติดตามการแจกรางวัลทางดนตรีครั้งสำคัญแห่งปี

สาวอเมริกันเลือดผสม เอสเพอแรนซา สปอลดิง เกิดและเติบโตด้วยการเลี้ยงดูของซิงเกิลมัมในย่านที่ไม่เจริญหูเจริญตานักในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ตอนเด็กๆ เอสเพอแรนซาไม่ค่อยแข็งแรง เธอจึงเรียนหนังสือที่บ้าน ความรักดนตรีของแม่ถูกถ่ายทอดให้กับเธอ เมื่อเห็น โยโยหม่า เล่นเชลโลในโทรทัศน์เธอก็อยากเป็นอย่างนั้นบ้าง เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เอสเพอแรนซาได้สัมผัสคือ ไวโอลิน บางครั้งสาวน้อยก็ตามแม่ไปเรียนกีตาร์แจ๊ซที่มหาวิทยาลัย เมื่อกลับมาบ้านเธอก็สามารถเล่นตามอย่างที่ครูสอนได้อย่างอัศจรรย์

เมื่ออายุ 15 ปี เอสเพอแรนซา กลับเข้าโรงเรียนอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าการเรียนมัธยมนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ก็น่าเบื่อสุดๆ โชคดีที่โรงเรียนมีเครื่องดนตรีชิ้นมโหฬารที่เรียกว่า ดับเบิลเบส มาทำให้เธอตกหลุมรัก และทุ่มเทฝึกฝนกระทั่งเล่นเป็นอาชีพกับวงแชมเบอร์ได้ เธอยังเริ่มแต่งเพลงและทำหน้าที่นักร้องนำให้กับวงดนตรีร็อกในละแวกบ้านด้วย

 

ไม่นาน เอสเพอแรนซา ก็หยุดเรียนอีกครั้ง และไปสอบระบบการศึกษานอกโรงเรียนจนได้ประกาศนียบัตร ก่อนจะได้รับทุนเรียนดนตรีในมหาวิทยาลัยแห่งรัฐพอร์ตแลนด์ ภายหลังก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่เหมาะกับเธอเลยย้ายไป มาเรียนที่ เบิร์กลี คอลเลจ ออฟ มิวสิก ในบอสตัน ที่ซึ่งเธอได้ค้นพบแนวทางของตัวเอง

ขณะเรียนที่เบิร์กลีเธอได้ออกทัวร์ทั่วประเทศร่วมกับวงของอาจารย์ ชีวิตของหญิงสาวแวดล้อมด้วยนักดนตรีที่อายุมากกว่าเธอ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แม้จะไม่ได้อยู่ในสังกัดใหญ่และไม่เป็นที่รู้จักมากมายนัก แต่พวกเขาล้วนเป็นสุดยอดนักดนตรี

เรียนแค่ 3 ปีเธอก็ได้รับปริญญา หลังจบการศึกษา ขณะมีอายุได้ 20 ปี เอสเพอแรนซา ถูกจ้างให้เป็นอาจารย์ที่เบิร์กลี ในฐานะโปรเฟสเซอร์รุ่นใหม่ไฟแรง เธอมีวิธีการสอนในแบบของตัวเอง

เอสเพอแรนซา สปอลดิง มี Junjo อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในปี 2006 โดยออกภายใต้สังกัดซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่บาร์เซโลนา 2 ปีต่อมาก็มีอัลบั้ม Esperanza ซึ่งได้รับคำชื่นชมยกย่องจากนักวิจารณ์ไม่น้อย งานชุดนี้ขึ้นถึงอันดับหนึ่งบิลบอร์ดชาร์ตสาขาเพลงแจ๊ซร่วมสมัย และติดอยู่ในชาร์ตมากกว่า 70 สัปดาห์ นับเป็นผลงานของศิลปินแจ๊ซหน้าใหม่ที่ขายดีที่สุดในปี 2008

ในปี 2009 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เลือกเธอให้ไปแสดงที่ ออสโล ซิตี ฮอลล์ ในวันที่เขาไปรับรางวัลโนเบล รวมทั้งเชิญมาเล่นที่ทำเนียบขาว เมื่อกลางปีที่แล้วเธอก็ออกอัลบั้มล่าสุด Chamber Music Society งานนี้เป็นการนำดนตรีคลาสสิกมาผสมผสานกับแจ๊ซ นอกจากนี้ เอสเพอแรนซา สปอลดิง ยังคงมีผลงานร่วมกับวงอย่างสม่ำเสมอ

เธอคนนี้มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะในฐานะนักดนตรี นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ หรืออาร์เรนเจอร์ นอกจากจะยอดเยี่ยมในเชิงแจ๊ซแล้ว เธอยังชอบบลูส์ ฟังก์ ฮิปฮอป ป๊อป ฟิวชัน และบราซิเลียน อีกด้วย ตอนนี้เธอมีแผนที่จะออกอัลบั้มชุดใหม่ในปลายปี 2011 โดยใช้ชื่อว่า Radio Music Society เป็นความตั้งใจที่จะทำงานเพลงแจ๊ซซึ่งเหมาะสำหรับการเปิดออกอากาศในรายการวิทยุทั่วไปได้ด้วย

การที่ชื่อของเธอถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะรางวัลศิลปินหน้าใหม่ในเวทีแกรมมี่นั้นเป็นเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ แต่เธอก็ยินดีปรีดาที่ได้รางวัลนี้ เพราะในแง่หนึ่งนี่คือ ก้าวสำคัญซึ่งจะช่วยทำให้เธอได้ทำงานในแวดวงดนตรีนี้อย่างยืนยาวเช่นที่ฝันไว้

“ฉันหวังว่า คนที่ดูถ่ายทอดสดแกรมมี่อยู่จะถามว่า ใครเหรอ เอสเพอแรนซา? แล้วก็ลองไปฟังหางานของฉัน คนที่ไม่ได้รักดนตรีแจ๊ซอาจจะรักงานของฉันหากว่ามีโอกาสได้ลองฟัง นี่เป็นจังหวะที่ดีสำหรับฉันและเพื่อนร่วมวงการ”

แม้ในวันที่สาวผมฟูฟ่องวัย 26 ปีคนนี้ขึ้นรับรางวัล จะมีคนเพียงไม่มากมายที่รู้จักเธอ แต่นับจากนี้โลกคงจะไม่ลืม เอสเพอแรนซา สปอลดิง อีกต่อไป